รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หารือ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย UOEH ฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น สร้างความร่วมมือทางวิชาการ ยกระดับระบบอาชีวอนามัยของประเทศไทย สร้างความปลอดภัยและสุขภาวะที่ดีให้แรงงานไทย หนุนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เผย สาธารณสุขไทยมีแผนยกระดับโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง ให้เป็นศูนย์กลางการจัดบริการสาธารณสุขครบวงจร ดูแลแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ และพัฒนาพื้นที่ต้นแบบด้านการป้องกันโรคที่เกิดจากความร้อนในโรงงาน

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และคณะผู้แทนจากประเทศไทย ประชุมหารือความร่วมมือทางวิชาการ กับ Mr. Masayuki Ikuta, Director of the Board และ Prof. Yoichi Ueta, President of UOEH และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย University of Occupational and Environmental Health (UOEH) จังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อขับเคลื่อนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยกระดับมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยสู่ระดับสากล
นายพัฒนา เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งพัฒนาระบบดูแลสุขภาพแรงงานแบบครบวงจร ท่ามกลางความท้าทายของสังคมสูงวัยและการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลก เนื่องจาก “สุขภาพของคนทำงาน คือเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจชาติ” โดยกำหนดยุทธศาสตร์ในการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนชาวญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตรสำคัญของไทย ซึ่งการขับเคลื่อน MOU ยกระดับมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยสู่ระดับสากลครั้งนี้ จะนำไปสู่การจัดตั้ง “ศูนย์ความร่วมมือ” (Collaboration Center) อย่างเป็นทางการ ระหว่างกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และมหาวิทยาลัย UOEH เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างความเป็นเลิศทางวิชาการระดับโลกของ UOEH และกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม โดยทั้ง 2 สถาบันเป็นศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลก (WHOCC) ด้านอาชีวอนามัย ทั้งในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบอาชีวอนามัยของประเทศไทย สร้างความปลอดภัยและสุขภาวะที่ดีให้แรงงานไทย เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
นายพัฒนากล่าวต่อว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข มีแผนยกระดับโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง ให้เป็นศูนย์กลางการจัดบริการสาธารณสุขครบวงจร (Center for Total Occupational Health Services) ตั้งแต่การเฝ้าระวัง คัดกรอง ไปจนถึงการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อนำร่องเป็นต้นแบบดูแลแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ รวมถึงพัฒนาพื้นที่ต้นแบบด้านการป้องกันโรคที่เกิดจากความร้อน (heat-related illnesses) จากการทํางานในโรงงาน เช่น โรงหลอมเหล็ก โรงอบสุขภัณฑ์ เป็นต้น
ด้าน นายแพทย์มณเฑียร กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้นำนโยบายสู่การปฏิบัติผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1) การบริการอาชีวอนามัยแบบครบวงจร เสริมศักยภาพด้านระบาดวิทยาและทีมสอบสวนโรคจากการประกอบอาชีพ เพื่อให้แรงงานได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่แม่นยำ 2) การบูรณาการข้อมูลผ่านแผนที่ความเสี่ยงสุขภาพ (Health Risk Mapping) เชื่อมโยงฐานข้อมูลจาก 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมควบคุมโรค กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมโรงงานอุตสาหกรรม มุ่งเน้นโรงงานที่มีความร้อนสูงใน 4 จังหวัดยุทธศาสตร์ คือ ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา 3) การจัดการความร้อน (Heat Stress Management) โดยใช้ 4 จังหวัดดังกล่าวเป็น “ห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต” เพื่อพัฒนารูปแบบการป้องกันโรคจากความร้อน (Heat stroke) ด้วยเทคโนโลยีตรวจวัดสภาพแวดล้อมควบคู่กับการประเมินสุขภาพเชิงลึก









