ถกจัดสมัชชาสุขภาพครั้งที่ 19 นัดแรก ชูยกระดับทุนมนุษย์-ลดเหลื่อมล้ำ-สร้างเสริมสุขภาวะบนฐานสิ่งแวดล้อม-และพื้นฐานดิจิทัลเท่าเทียม

นับหนึ่งสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 “พญ.พรรณพิมล” ในฐานะประธานจัดงาน เปิด 3 เสาหลักเพื่อกำหนดธีมงาน “ต้องทำงานได้จริง-เห็นหัวใจคน-สร้างสุขภาวะ” ลุยคัดกรอง 5 ประเด็นใหญ่ “ยกระดับทุนมนุษย์-ลดเหลื่อมล้ำ-สร้างเสริมสุขภาวะบนฐานสิ่งแวดล้อม-ภาคประชาสังคมในฐานะหุ้นส่วนพัฒนา-โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเท่าเทียม” ก่อนร่อนตะแกรงสกัดให้เหลือเพียง 2 ประเด็นที่แหลมคมที่สุดเข้าสู่งานสมัชชาฯ ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 28-29 ต.ค. 2569

ที่ประชุมคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2569 ซึ่งมี พญ.พรรณพิมล วิปุลากร เป็นประธาน ได้ร่วมกันพิจารณา (ร่าง) กรอบแนวทาง และรูปแบบกระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 พ.ศ. 2569 และแนวทางการกำหนดประเด็นหลัก หรือธีม และประเด็นที่จะพัฒนาเป็นระเบียบวาระในสมัชชาสุขภาพฯ ที่มีกำหนดจัดงานในวันที่ 28-29 ต.ค. 2569

พญ.พรรณพิมล เปิดเผยว่า วิสัยทัศน์สำคัญของงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 คือจะต้องเป็นพื้นที่ร่วมออกแบบนโยบายเชิงบวก ที่ใช้ความเข้าใจมนุษย์และประสบการณ์ชีวิตจริงเป็นฐาน เพื่อสร้างระบบ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะอย่างเป็นธรรม ยั่งยืน และวัดผลได้ โดยประเด็นหลักหรือธีมในปีนี้จะต้องวางอยู่บนฐานคิด 3 เสาหลัก ได้แก่ 1. Policy that Works: นโยบายที่ทำงานได้จริง เพื่อยกระดับการออกแบบนโยบายจากการแก้ปัญหาเฉพาะจุด ไปสู่การทำงานเชิงระบบ และอิงบทเรียนจากสิ่งที่ได้ผลจริงในพื้นที่ และเครือข่าย 2. Policy with Heart: นโยบายที่เห็นหัวใจคน เพื่อทำให้ประสบการณ์จริงของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กและเยาวชน คนข้ามเพศ ฯลฯ เป็นฐานของการออกแบบนโยบาย 3. Policy that Builds Well-being: นโยบายที่สร้างสุขภาวะ ขยายนโยบายจากลดความเสี่ยงไปสู่เพิ่มสุขภาวะ ทั้งระดับบุคคล ชุมชน และระบบ

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และคัดกรองประเด็นที่ได้รับจากการเปิดรับฟังความคิดเห็น จากภาคีเครือข่าย ร่วมการกับศึกษาประเด็นโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้ข้อสรุปประเด็นที่จะพัฒนาเป็นระเบียบวาระในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ทั้งหมด 5 ประเด็น ได้แก่ 1. ยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศ 2. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 3. การสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม เช่น อาบป่า 4. บทบาทภาคประชาสังคมในฐานะหุ้นส่วนการพัฒนา 5. โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเท่าเทียม ซึ่งหลังจากนี้จะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกให้เหลือเพียง 2 ประเด็น ก่อนที่จะมีการพัฒนาทิศทาง และขอบเขตประเด็น และยกร่างคณะทำงานพัฒนาประเด็นต่อไปในอนาคต

พญ.พรรณพิมล กล่าวอีกว่า รูปแบบกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 จะเน้นการจัดประชุมแบบผสมผสานเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญๆ อาทิ การพิจารณาร่างมติสมัชชาฯ กิจกรรมในห้องประชุมใหญ่ เช่น การปาฐกถา และการเสวนาในประเด็นสำคัญ กิจกรรมตลาดนัดนโยบาย และการจัดสมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สช. องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อพัฒนาศักยภาพให้คนรุ่นใหม่ ที่มีอายุประมาณ 27-35 ปี ซึ่งกำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดพัฒนา และขับเคลื่อนนโยบายที่ตรงกับปัญหา หรือเป็นประเด็นที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการพบปะกันเป็นครั้งแรกของ คจ.สช. ครั้งที่ 19 และคณะอนุกรรมการสนับสนุนกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ที่ได้เข้ามาร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนะแนวทาง และเริ่มต้นทำความเข้าใจ ทำความรู้จักสำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ามาในกระบวนการสมัชชาฯ เป็นครั้งแรก โดยสาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ยังไม่ได้เป็นการรับรองมติอย่างเป็นทางการ เพราะยังคงมีรายละเอียดที่ต้องศึกษา และหารือกันอย่างต่อเนื่อง

ผศ.ธีรพัฒน์ อังศุชวาล ประธานคณะอนุกรรมการสนับสนุนกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 กล่าวว่า มิติใหม่ของการประชุม คจ.สช. ในครั้งนี้ คือการเชิญคณะอนุกรรมการสนับสนุนฯ มาเข้าร่วมการประชุม และร่วมให้ความเห็นในครั้งนี้ด้วย เพื่อที่จะทำให้การเริ่มต้นต่างๆ สามารถดำเนินไปด้วยกัน และไม่ให้กลไกแยกส่วนออกจากกัน แม้การเริ่มต้นวางกรอบการจัดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ผู้เข้าร่วมการประชุมจะยังคงเห็นแตกต่างกันอยู่บ้างในรายละเอียด แต่หลักการในภาพใหญ่ส่วนตัวเห็นว่าผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านไม่ได้คัดค้านอะไร

“หน้าที่ของอนุกรรมการสนับสนุนฯ มีการบ้านที่จะต้องไปทำรายละเอียดขึ้นมา เพื่อนำเสนอทางเลือก แล้วเอาเข้ามานำเสนอในการประชุม คจ.สช. ครั้งหน้าในวันที่ 29 เมษายน นี้ เพื่อให้ที่ประชุมมีมติข้อสรุปว่าจะเลือกแนวทางใด ตั้งแต่เรื่องกรอบการจัดงาน กระบวนการ ธีมของงานสมัชชา และประเด็นที่คัดเลือกจะใช้ในการพัฒนาเป็นนโยบายสาธารณะ 2 ประเด็น ให้ทุกคนเลือกมาว่าจะเลือกใช้ประเด็นอะไร สิ่งเหล่านี้ คือกระบวนการหาฉันทมติร่วมกันเพื่อเดินไปข้างหน้า” ผศ.ธีรพัฒน์ กล่าว

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า เบื้องต้นภาคีเครือข่าย คจ.สช. ได้ร่วมกันเสนอความคิดเห็น แสดงความต้องการ และความฝัน โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดมากนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ หรือข้อจำกัดอื่นใดก็ตาม จากนั้นค่อยเข้าสู่กระบวนการออกแบบว่าจะทำให้ความฝันเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงได้อย่างไรท่ามกลางข้อจำกัดที่เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายว่าเราจะร่วมกันก้าวข้ามข้อจัดกัดเหล่านี้ได้อย่างไร

“ในแนวคิดที่จะจัดสมัชชาฯ คนรุ่นใหม่ ดูแนวโน้มแล้วที่ประชุมก็น่าจะเห็นด้วยในเชิงหลักการ แต่ก็คงจะต้องไปออกแบบร่วมกันกับทีมว่าหน้าตาที่ชัดเจนของวาระนี้น่าจะต้องเป็นอย่างไร ซึ่งจะเอาเข้ามานำเสนอต่อที่ประชุมในครั้งต่อไป ในส่วนของตลาดนัดนโยบายในปีนี้ก็คิดว่าอยากจะให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมมากขึ้น และยังคิดอยู่ว่า ที่ผ่านมาองค์ปาฐก 3 คน ภายในงานสมัชชาฯ รู้สึกเหมือนจะน้อยไป อยากจะให้มีสัก 76 คน จาก 77 จังหวัด มายืนพูด แล้วจะมีการบันทึกวิดีโอไว้ให้สักคนละ 5 นาที เผื่อเผยแพร่ผ่านรายการ Health Station ในงานสมัชชาฯ ครั้งที่ 19 นี่เป็นหนึ่งตัวอย่างว่าบางข้อจำกัดอาจก้าวข้ามได้ด้วยเทคโนโลยี ที่จะทำให้การเข้าถึง จนเกิดการมีส่วนร่วมได้แบบ Anytime Anywhere” เลขาธิการ คสช. กล่าว