สธ. ใช้ผลซ้อมรับเหตุฉุกเฉิน 62 จังหวัด วางแนวทางพัฒนาระบบ 5 ด้าน พร้อมจัดทำระบบรายงานออนไลน์ แสดงข้อมูลเป็นปัจจุบัน ช่วยรับมือรวดเร็วทันเหตุการณ์

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย ปี 2568 มีการฝึกซ้อมแผนรับเหตุฉุกเฉิน 62 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมภัยชีวภาพ ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ สารเคมี สิ่งแวดล้อมและภัยจากมนุษย์ พร้อมนำผลวางแนวทางปรับปรุงระบบจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข 5 ประเด็น มอบทุกจังหวัดประสานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ซ้อมแผนรับมือ 4 ภัยสำคัญ ทั้งโรคติดต่อ ภัยธรรมชาติ อุบัติภัย และภัยจากมนุษย์ ปีละ 1 ครั้ง เผย ปี 2569 เริ่มใช้ระบบรายงานข้อมูลแบบออนไลน์ แสดงผลข้อมูลเป็นปัจจุบัน ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลประกอบการตัดสินใจสั่งการได้รวดเร็วทันเหตุการณ์

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการแผนด้านการสร้างระบบการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ครั้งที่ 1/2569 ว่า สถานการณ์ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขมีแนวโน้มที่จะเกิดบ่อยขึ้นและมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งจากโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงภัยจากการกระทำของมนุษย์ จึงต้องพัฒนาระบบการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงของโรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในพื้นที่ และจัดฝึกซ้อมแผนในระดับจังหวัดรวม 62 จังหวัด แยกเป็น ภัยทางชีวภาพ 22 จังหวัด เช่น ไข้หวัดใหญ่ โรคเมอร์ส โรคไข้หวัดนก โรคพิษสุนัขบ้า, ภัยธรรมชาติ 21 จังหวัด เช่น น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม, ภัยจากอุบัติเหตุคมนาคมและขนส่ง 7 จังหวัด, ภัยสารเคมีและรังสี 6 จังหวัด, ภัยทางสิ่งแวดล้อม 4 จังหวัด เช่น ฝุ่น PM 2.5 อัคคีภัย และภัยจากมนุษย์ 2 จังหวัด เช่น ผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดก่อความรุนแรงในโรงพยาบาล ภัยการสู้รบ เป็นต้น

นพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า ผลจากการฝึกซ้อมทำให้พบประเด็นที่ต้องมีการพัฒนา ได้แก่ 1) พัฒนาระบบข้อมูลแบบบูรณราการและการแจ้งเตือน โดยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน/ศูนย์บัญชาการ กับภาคสนามให้เป็นระบบเดียวกัน และจัดให้มีการฝึกซ้อมแจ้งเตือนภัยเสมือนจริง 2) ยกระดับโครงสร้างการสั่งการและความพร้อมตามบทบาท โดยกำหนดบทบาทหน้าที่/ผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน และมีการประเมินสมรรถนะรายบุคลเพื่อเข้าร่วมการอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง 3) เสริมความมั่นคงระบบสื่อสารฉุกเฉินและการฝึกซ้อมภาคสนาม โดยจัดหาและสำรองวิทยุสื่อสาร อุปกรณ์จำเป็นต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกจุดปฏิบัติการ และมีการฝึกซ้อมแบบเต็มรูปแบบเพื่อทดสอบการสื่อสาร การปฏิบัติจริง 4) พัฒนาแผนสื่อสารความเสี่ยงเชิงรุก โดยจัดทำแผนแบบบูรณาการและกำหนดช่อทางการสื่อสารกลางที่ชัดเจน เพื่อตัดวงจรข่าวลือ และ 5) ยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคล ความปลอดภัย สุขภาพจิต และการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์ โดยมีระบบติดตามการปฏิบัติงาน เชื่อมข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบกับระบบเยียวยาจิตใจ จัดระบบดูแลสุขภาพจิตบุคลากรด่านหน้า และพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลและเอกสารสำคัญ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดมีการซ้อมแผนรับ 4 ภัยสำคัญ ได้แก่ ภัยจากโรคติดต่อ ภัยธรรมชาติ อุบัติภัย และ ภัยจากมนุษย์ เป็นประจำปีละ 1 ครั้ง โดยให้เชื่อมโยงกับการซ้อมแผนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัด

นอกจากนี้ กองสาธารณสุขฉุกเฉิน ยังได้พัฒนาระบบรายงานข้อมูลเหตุการณ์สำคัญและฉุกเฉินระดับกระทรวง (Smart DCIRs) ซึ่งเริ่มใช้งานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่รองรับการใช้งานผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันไลน์ ผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง เพิ่มเติม หรือแก้ไขข้อมูลเหตุการณ์สำคัญ เพื่อให้ฐานข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด โดยแสดงผลผ่าน Dashboard แบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนผ่านไลน์ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจัดทำสรุปรายงานสำหรับผู้บริหารประกอบการตัดสินใจสั่งการ และส่งออกข้อมูลในรูปแบบไฟล์มาตรฐานสำหรับหน่วยงานนำไปสรุปผลจัดทำรายงานหรือวิเคราะห์ต่อยอดได้