สธ. เผยความก้าวหน้า 30 บาทรักษาทุกที่ รพ.สต.ทุกแห่งมีระบบ Telemedicine พร้อมให้บริการ ส่วนปี 2570 เพิ่มเครื่องฉายรังสีใน รพ.12 แห่ง

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยความก้าวหน้านโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ รพ.สต.มีระบบ Telemedicine พร้อมให้บริการแล้ว 100% ฉายแสงมะเร็งครอบคลุมทุกที่ เตรียมเพิ่มเครื่องฉายรังสีอีก 21 เครื่อง สำหรับปี 2570 มีโรงพยาบาล 12 แห่ง พร้อมจัดบริการ หวังลดเวลารอคอยเหลือ 6 สัปดาห์ ตั้งเป้าหมายทุกเขตสุขภาพทำได้ ร้อยละ 60 ขณะที่ฟอกไตฟรีทุกแห่ง ภาพรวมเพียงพอแต่ยังต้องสนับสนุนเครื่องล้างไตเพิ่มอีก 4 จังหวัด

นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบาย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประเด็น 30 บาทรักษาทุกที่ และฟอกไตฟรีได้ทุกแห่ง ว่า มีความคืบหน้าในการขับเคลื่อน 2 เรื่องหลัก คือ 1.การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ซึ่งมีทั้งหมด 10,910 แห่ง ขณะนี้มีระบบพร้อมให้บริการแล้ว 100% ให้บริการไปแล้ว 1,531,456 ครั้ง และมีแพทย์ออกให้บริการที่ รพ.สต. 4,105,215 ครั้ง รวมทั้งหมด 5,636,674 ครั้ง ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ถึง 198.94% จากนี้จะเร่งดำเนินการเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยีของกลุ่มผู้สูงอายุ และความเสถียรของอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล และ 2.ฉายแสงมะเร็งครอบคลุมทุกที่ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีเครื่องฉายรังสี (LINAC) 138 เครื่อง อัตราส่วนเครื่องต่อประชากรอยู่ที่ 1 ต่อ 471,068 คน แผนระยะสั้นปี 2570-2573 จะเพิ่มเครื่องฉายรังสีอีก 21 เครื่อง ทำให้อัตราส่วนเครื่องต่อประชากรอยู่ที่ 1 ต่อ 400,000 คน ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงเครื่องฉายรังสีได้มากขึ้นและรวดเร็วขึ้น ส่วนในระยะยาวจะเพิ่มอีก 61 เครื่อง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกคือ 1 เครื่อง ต่อ 250,000 คน

“ในปีงบประมาณ 2570 มีหน่วยบริการที่พร้อมบริการรังสีรักษา 12 แห่ง ได้แก่ รพ.น่าน รพ.อุตรดิตถ์ รพ.กำแพงเพชร รพ.พระนครศรีอยุธยา รพ.นครปฐม รพ.ประจวบคีรีขันธ์ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร รพ.นครพนม รพ.ชัยภูมิ รพ.บุรีรัมย์ รพ.มุกดาหาร และ รพ.ตรัง และกรณีมีระยะทางไกลกว่า 120 กิโลเมตรหรือต้องเดินทางมากกว่า 2 ชั่วโมง จะใช้การแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน เพื่อลดระยะเวลารอคอยการฉายแสงให้เหลือภายใน 6 สัปดาห์ โดยตั้งเป้าให้แต่ละเขตสุขภาพดำเนินการให้ได้ 60% จากภาพรวมทั้งประเทศขณะนี้อยู่ที่ 40.54%” นพ.ศักดากล่าว

นพ.ศักดากล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายฟอกไตฟรีได้ทุกแห่ง ในภาพรวมประเทศพบว่ามีการจัดบริการฟอกไตเพียงพอ ทุกคนได้รับการฟอกไต อย่างไรก็ตามเพื่อลดการเดินทางของผู้ป่วย ยังคงต้องเพิ่มการให้บริการฟอกไตในจังหวัดอุตรดิตถ์ สระบุรี นครราชสีมา และชัยภูมิ ซึ่งทุกจังหวัดมีแผนที่จะเพิ่มการให้บริการมากขึ้น และไม่พบปัญหาถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังกำหนดเป้าหมายพัฒนาระบบบริจาคอวัยวะและปลูกถ่ายไต 5 เรื่อง คือ 1.เพิ่มจำนวนผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ เป้าหมาย 10% ของประชากรไทย โดยเพิ่มการประชาสัมพันธ์และจุดแสดงความจำนงในโรงพยาบาล จุดทำบัตรประชาชน และจุดทำใบขับขี่ทุกแห่ง 2.เพิ่มจำนวนผู้บริจาคอวัยวะสมองตายเป็น 1,250 รายต่อปี 3.เพิ่มจำนวนผู้ป่วยปลูกถ่ายไตเป็น 3,000 ไตต่อปี 4.พิจารณาตำแหน่งพยาบาลประสานงานการบริจาคอวัยวะ ให้มีความก้าวหน้าระดับชำนาญการพิเศษ มีค่าตอบแทนเพิ่มพิเศษตามการเจรจาสำเร็จ และ 5.มีสถาบันเฉพาะทางการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ โดยเชื่อมโยงกับสภากาชาดไทย สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะ และภาคีเครือข่ายต่างๆ พร้อมจัดตั้งศูนย์รับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะระดับเขตสุขภาพ รวมถึงแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ