กระทรวงวัฒนธรรม ชวน ‘นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทย ทั้งเมือง’ ย้อนเวลาสัมผัสความงดงามแห่งอัตลักษณ์ลพบุรี ในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งที่ 38 โดยได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธาน ในพิธีเปิดงาน โดยมีนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดลพบุรี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชนชาวจังหวัดลพบุรีเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ บริเวณพระปรางค์สามยอด และพระนารายณ์ราชนิเวศน์ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

นางสาวรานี กล่าวว่า ​กระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมบูรณาการจัดงานกับจังหวัดลพบุรี โดยจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่วิจิตรตระการตา อาทิ การแสดงแสง สี เสียง “น้อมอาลัยพระพันปี เทิดบารมีองค์นารายณ์ ราษฎร์รวมใจ รักชาติรักแผ่นดิน” จากวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี การแสดงโขนจากวิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง และความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์จาก “จำอวดหน้าม่าน 3 น้า” ที่นำมรดกภูมิปัญญาทางภาษาอย่างเพลงพื้นบ้านมาเล่าขานให้สนุกสนาน

รองปลัด วธ. กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ยังมีการแสดงระนาดเอกร่วมสมัยจาก “ฟีโน่ เดอะ ระนาด” เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ ​อีกทั้งในโซนลานวัฒนธรรมได้เน้นการมีส่วนร่วมของเครือข่ายวัฒนธรรมในการจำลองบรรยากาศ “รสชาติแห่งประวัติศาสตร์” โดยมีการสาธิตทำอาหารและขนมโบราณที่ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติ เพื่อให้ปราชญ์ชาวบ้านได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาและสร้างรายได้สู่ชุมชน รวมถึงการจัด “ตลาดซาโม่น” ซึ่งเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าและสะท้อนวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดลพบุรี ตลอดจนส่งเสริมกิจกรรม “นุ่งโจง ห่มสไบ สร้างสีสันให้เมือง” เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดความภูมิใจและร่วมกันส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ได้ทรงสร้างพระราชวังที่เมืองลพบุรี เมื่อ พ.ศ. 2209 เพื่อเป็นราชธานีแห่งที่สอง และทรงพัฒนาเมืองจนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการทูตเมื่อครั้งอดีต

“ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน พร้อมใจกัน ‘นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทย ทั้งเมือง’ ในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี เพื่อร่วมสัมผัสกลิ่นอายความรุ่งเรืองของราชธานีแห่งที่สองและเสน่ห์วิถีไทยที่ยังมีชีวิต ทั้งด้านการแต่งกาย อาหาร และการแสดงศิลปวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ทุกท่านพบว่าประวัติศาสตร์ไทยมีเสน่ห์และน่าประทับใจควรค่าแก่การมาสัมผัสอย่างยิ่ง” นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว