รพร.สว่างแดนดิน โรงพยาบาลหอสงฆ์ต้นแบบ จัดบริการเอื้อต่อพระธรรมวินัย ลดความกังวลเรื่องอาบัติ

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ต้นแบบดูแลส่งเสริมสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ตามนโยบาย “การอุปัฏฐากพระภิกษุอาพาธที่เอื้อต่อพระธรรมวินัย” ด้วยบุคลากรที่ผ่านการอบรมด้านการดูแลพระภิกษุมากกว่าร้อยละ 85 สร้างความมั่นใจในการเข้ารับการรักษา ลดความกังวลเรื่องอาบัติ

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จังหวัดสกลนคร ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และประธานคณะกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช พร้อมด้วย นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ติดตามการดำเนินงานของของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ มอบถุงพระราชทานแก่ผู้ป่วย และให้กำลังใจบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน โดยมีผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายแพทย์ภานุวัฒน์ กล่าวว่า สกลนคร เป็นจังหวัดแห่งอริยสงฆ์ มีวัดและสำนักสงฆ์รวมกว่า 2,100 แห่ง พระสงฆ์มากกว่า 3,000 รูป โรงพยาบาลได้มีนโยบายมุ่งเน้น “การอุปัฏฐากพระภิกษุอาพาธที่เอื้อต่อพระธรรมวินัย” เพื่อดูแลพระภิกษุสงฆ์ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ ด้วยบุคลากรที่ผ่านการอบรมด้านการดูแลพระภิกษุมากกว่าร้อยละ 85 มีช่องทางด่วนในการเข้ารับบริการ กรณีที่ต้องนอนพักรักษา มีหอสงฆ์อาพาธหลวงปู่อุ่นหล้าฐิตธัมโมจำนวน 12 เตียง พร้อมบุคลากรชายดูแลกรณีต้องสัมผัสตัวในจุดเปราะบาง ทำให้พระภิกษุอาพาธมีความมั่นใจในการเข้ารับการรักษา ลดความกังวลเรื่องอาบัติ นอกจากนี้ ยังมีระบบดูแลต่อเนื่องจากเครือข่ายวัดและชุมชน ทำให้เป็นโรงพยาบาลหอสงฆ์ต้นแบบและได้รับการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลที่ให้การอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธที่เอื้อต่อพระธรรมวินัย ระดับดีเยี่ยม จากกรมการแพทย์ โดยในปีงบประมาณ 2568 มีพระสงฆ์เข้ารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยใน 175 รูป ส่วนใหญ่ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ปอดอักเสบ ต้อกระจก แผนกผู้ป่วยนอก 1,085 รูป เป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

นอกจากนี้ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดินยังมีการพัฒนางานสำคัญ อาทิ ระบบบริการผู้ป่วยในที่บ้าน (Home Ward) ดูแลรักษาผู้ป่วต่อเนื่องถึงบ้านผ่านระบบ Telemedicine ลดการกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำของผู้ป่วยได้มากกว่า ร้อยละ 10 การจัดโครงการป้องกันเด็กจมน้ำ ให้ความรู้การป้องกันตนเอง การเอาชีวิตรอดในน้ำ และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างถูกวิธี ซึ่งตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน มีเด็กเข้ารับการอบรมมากกว่า 3,200 คน ไม่พบรายงานเด็กจมน้ำในกลุ่มผู้เข้ารับการอบรม