กรมป่าไม้ส่ง “พยัคฆ์ไพร” ขยายผลเอาผิดรีสอร์ตรุกป่าสงวนฯ ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

กรมป่าไม้ โดยหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ “พยัคฆ์ไพร” ลงพื้นที่ ขยายผลดำเนินคดี กรณีสถานประกอบกิจการที่พักนักท่องเที่ยวลักษณะรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา หลังได้รับการประสานจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขอให้ตรวจสอบการดำเนินกิจการในเขตป่าสงวนแห่งชาติว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า พื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตกันคืนกรมป่าไม้ แปลง RF หมายเลข 12

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การลงพื้นที่ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ภายใต้การกำกับของ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดร.รวีวรรณ ภูริเดช ที่เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการทำงานเชิงรุก ป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้มอบหมายให้นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ภายใต้การนำของนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ ลงพื้นที่ขยายผลการสืบสวนเพิ่มเติม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่ส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.3 (วังน้ำเขียว) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.4 (เขาภูหลวง) และกำลังตำรวจกองกำกับการ 3 บก.ปทส. ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 พบว่ามีการครอบครองและทำประโยชน์ในพื้นที่รวม 12-2-97 ไร่ พบสิ่งปลูกสร้างจำนวน 9 รายการ รวมทั้งมีการขุดเจาะน้ำบาดาล 1 จุด จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า พื้นที่รีสอร์ตบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และคาบเกี่ยวกับเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อความชัดเจน ถูกต้อง และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงได้มีหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบแนวเขตที่ดิน กระทั่งล่าสุดได้รับแจ้งผลว่าอยู่ในเขตกันคืนกรมป่าไม้ แปลง RF หมายเลข 12 (RF12) เนื้อที่ 2-1-99 ไร่ ซึ่งมีสถานะทางที่ดินเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และยังอยู่ในเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ประมาณ 10-0-97 ไร่

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่าในเขตกันคืนกรมป่าไม้ในแปลง RF หมายเลข12 (RF12) ดังกล่าว ได้มีการสำรวจรังวัดตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลให้กับประชาชน 2 ราย ซึ่งคาดว่าอาจมีการซื้อขายเปลี่ยนมือให้กับกลุ่มบริษัทเจ้าของรีสอร์ต ซึ่งในประเด็นนี้จะได้มอบหมายให้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.3 (วังน้ำเขียว) มีหนังสือแจ้งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) ให้ดำเนินการตัดสิทธิ์รายชื่อผู้ได้รับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลต่อไป จากการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ เห็นว่าเข้าข่ายกระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 และมาตรา 26/4 รวมทั้งพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี และต้องด้วยบทสันนิษฐานตามมาตรา 55 จึงได้นำเรื่องราวเข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปักธงชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด

สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเนื้อที่ 10-0-97 ไร่ เจ้าหน้าที่จะได้มีหนังสือถึงสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในส่วนกรณีการขุดเจาะน้ำบาดาล จะมีหนังสือแจ้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา พิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล รวมถึงแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และแจ้งฝ่ายปกครองอำเภอปักธงชัย พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการในลักษณะโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยการโรงแรมต่อไป

“กรมป่าไม้ขอย้ำว่า จะเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับความโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน” อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว