นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการให้การรักษาพยาบาล สำหรับผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็งและมีความจำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก ในระบบประกันสังคม ว่า ได้มีนโยบายให้สำนักงานประกันสังคมให้ความสำคัญกับการดูแลสิทธิของผู้ประกันตน ล่าสุดได้มีการให้ความคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นมะเร็งให้สามารถเข้าถึงสิทธิปลูกถ่ายไขกระดูกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยในปี 2568 ผู้ประกันตนได้รับการอนุมัติสิทธิกรณีการปลูกถ่ายไขกระดูกแล้วจำนวนทั้งสิ้น 191 ราย คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวมกว่า 111.35 ล้านบาท
รมว.แรงงาน กล่าวว่า ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็งและมีความจำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก จะต้องเข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยสามารถยื่นคำขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาที่สะดวก เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว สำนักงานประกันสังคมจะส่งต่อให้ผู้ประกันตนเข้ารับการรักษากรณีปลูกถ่ายไขกระดูกในสถานพยาบาลที่ทำความตกลงไว้แล้ว ซึ่งผู้ประกันตนจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
“ขณะนี้ได้ทำความตกลงร่วมกับโรงพยาบาล 13 แห่งในการดูแลผู้ประกันตนที่ต้องได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลชลบุรี และโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์” รมว.แรงงาน กล่าวและว่า กระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการดูแลสิทธิของผู้ประกันตน ซึ่งผู้ประกันตนที่จำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก ส่วนใหญ่ คือ ผู้ป่วยในโรคมะเร็ง อาทิ มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเรื้อรัง มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเฉียบพลัน มะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟบลาสชนิดเฉียบพลัน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูกฝ่อชนิดรุนแรง ไขกระดูกผิดปกติระยะก่อนเป็นมะเร็ง มะเร็งไขกระดูกชนิดมัยอีโลม่า และไขกระดูกผิดปกติชนิดเป็นพังผืด ซึ่งหากต้องจ่ายเงินจะมีค่าใช้จ่าย 750,000 – 1,300,000 บาท

