นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 8 ก.พ. 69 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะสมแล้วกว่า 4 ล้านคน สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดจีนเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 1 และเพิ่มขึ้นติดต่อกันกว่า 5 สัปดาห์จากการมีมาตรการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวของรัฐบาล และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ย้ายหมุดหมายจากประเทศญี่ปุ่น เป็นเกาหลีใต้และอาเซียน เป็นต้น ในขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ฟื้นตัวด้านการเดินทางเช่นกันจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวตลาดยุโรป และอเมริกา ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 796,978 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 34,586 คน หรือร้อยละ 4.54 คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 113,854 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน (151,988 คน) มาเลเซีย (62,745 คน) รัสเซีย (58,945 คน) อินเดีย (48,396 คน) และเกาหลีใต้ (33,811 คน) โดยนักท่องเที่ยวจีน อินเดีย และรัสเซีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 30.45 ร้อยละ 1.70 และร้อยละ 1.30 ตามลำดับ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และเกาหลีใต้ มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 20.91 และร้อยละ 7.64 ตามลำดับ
สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การมีมาตรการส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล (Long haul) การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้น และส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น
สรุปภาพรวมการท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.พ. 69 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 8 ก.พ. 69 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 4,185,291 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 207,066 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (569,987 คน) มาเลเซีย (377,860 คน) รัสเซีย (340,618 คน) อินเดีย (285,767 คน) และเกาหลีใต้ (207,357 คน)

