กรมการค้าต่างประเทศ ปิดฉากงาน “มหกรรมการค้าระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC Expo 2026) ณ จังหวัดขอนแก่น” ช่วยสร้างโอกาสการค้า SMEs และวิสาหกิจชุมชนภาคอีสาน เพิ่มช่องทางการค้าผู้ประกอบการจังหวัดผลกระทบชายแดนกัมพูชาและอุทกภัยภาคใต้ คาดยอดขายใน 1 ปี กว่า 33 ล้านบาท

นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ในฐานะหน่วยงานหลักของกระทรวงพาณิชย์ที่มีภารกิจในการส่งเสริมการค้าชายแดน ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการค้าชายแดนไปยังระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค จึงได้จัดงาน “มหกรรมการค้าระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC Expo 2026) ณ จังหวัดขอนแก่น” ขึ้น ระหว่างวันที่ 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 2569 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) จังหวัดขอนแก่น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งและการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค นอกจากนี้ ยังเป็นการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญเร่งด่วน (Quick Big Win) ของกระทรวงพาณิชย์ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา และฟื้นฟูธุรกิจของผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัย
นายนพดล คันธมาศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานฯ ครั้งนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในทุกกิจกรรมซึ่งประกอบด้วย 4 กิจกรรม ดังนี้
1. การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากว่า 120 คูหา จากทั้งผู้ประกอบการไทย และ สปป.ลาว อาทิ สินค้า BCG อาหารและเครื่องดื่มแปรรูป ผ้าและเครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและเครื่องสำอาง อัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งมีมูลค่าการจำหน่ายสินค้าตลอด 4 วันของการจัดงานฯ รวมกว่า 2 ล้านบาท
2. การจับคู่เจรจาธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค (Onsite and Online Business Matching) จำนวนกว่า 50 คู่เจรจา คาดการณ์คำสั่งซื้อภายใน 1 ปี กว่า 31 ล้านบาท
3. การสัมมนา หัวข้อ “เทคนิคการสร้างแบรนด์สินค้าท้องถิ่นให้ก้าวไกลไปตลาดโลก” และการเสวนาหัวข้อ “เทรนด์ตลาดจีน 2026 และข้อควรรู้” เพื่อพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน
4. การประชุมเพื่อส่งเสริมและแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้า โดยมี นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธาน ซึ่งได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งในประเด็นมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาและการปรับตัวของภาคเอกชน การส่งออกข้าวและตลาดข้าวที่สำคัญของไทย การส่งออกเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากแมลงไปตลาดจีน รวมถึงการส่งออกมะม่วงไปยังเกาหลีใต้และประเทศอื่น ๆ
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำปรึกษาด้านการเงินและสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) รวมทั้งกิจกรรมประกวดสินค้าขวัญใจมหาชนของผู้ประกอบการที่ร่วมแสดงสินค้า ทั้งประเภท Food และ Non-Food โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นการดำเนินการภายใต้โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางการค้าให้ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการรายย่อยในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ในพื้นที่ตามแนวชายแดนหรือระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายนพดลฯ กล่าว
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 กรมฯ มีกำหนดจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนและระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ อีก 5 ครั้ง ณ จังหวัดเชียงราย (12 – 16 ก.พ.69) นครศรีธรรมราช พิษณุโลก จันทบุรี และสระแก้ว โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานฯ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dft.go.th Facebook: กรมการค้าต่างประเทศ DFT และสายด่วน 1385 DFT Call Center














