วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลสามควายเผือก อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม นายวิศณุพร รัตนตรัยวงศ์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิดเวทีประชุม “การสร้างความรับรู้การขนส่งสัตว์น้ำสวยงามไปต่างประเทศผ่านไปรษณีย์ไทย” เพื่อให้ความรู้ด้านการส่งออก ชี้แจงขั้นตอนหลักเกณฑ์การส่งออกสินค้าสัตว์น้ำผ่านไปรษณีย์ไทยอย่างครบวงจร พร้อมผลักดันผู้ประกอบการสัตว์น้ำสวยงามของไทยให้สามารถขนส่งสัตว์น้ำสู่ตลาดโลกได้อย่างถูกต้อง และได้มาตรฐาน

นายวิศณุพร รัตนตรัยวงศ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 กรมประมงและ บริษัท ไปรษณีย์ จำกัด ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการขนส่งสัตว์น้ำสวยงามไปต่างประเทศผ่านไปรษณีย์ ในการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการด้านการขนส่ง เพื่อขยายช่องทางการจัดส่งสินค้า และขยายตลาดสัตว์น้ำสวยงามของไทยไปยังต่างประเทศให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีช่องทางการสร้างรายได้จากตลาดใหม่ ๆ ทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนนโยบาย 3 สร้าง “สร้างโอกาส สร้างตลาด สร้างรายได้” ของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเป็นไปตามกรอบแนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนกรมประมงของนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ภายใต้แนวคิด Fisheries Connect for Sustainability ในด้านการบูรณาการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับความต้องการของตลาด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต” เพื่อเพิ่มรายได้ และยกระดับการขนส่งสัตว์น้ำของไทยให้ได้มาตรฐาน
ปัจจุบันตลาดสัตว์น้ำสวยงามทั่วโลก มีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศ ผู้ส่งออกอันดับต้นๆ ของโลก มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 11% รวมมูลค่าการส่งออกเฉลี่ย 1,000 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ความร่วมมือระหว่าง กรมประมงและบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จะช่วยสนับสนุนเกษตรกร และผู้ประกอบการในการส่งออกสัตว์น้ำสวยงาม โดยมุ่งที่ 5 ตลาดสำคัญทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย และจะขยายตลาดการส่งออกเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
สำหรับเวทีการสร้างความรับรู้การขนส่งสัตว์น้ำสวยงามไปต่างประเทศผ่านไปรษณีย์ไทย มีกำหนดจัดขึ้น ในวันที่ 6 และ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองสามควายเผือก อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม และผู้ประกอบการ จำนวน 2 กลุ่ม ดังนี้
1. กลุ่มเริ่มต้น คือ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1) ที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสู่การรับรองมาตรฐาน GAP (Good Aquaculture Practices) จำนวน 30 ราย
2. กลุ่มที่พร้อมในการส่งออก คือ เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (สอ.3/สอ.4) หรือเกษตรกรผู้ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP เรียบร้อยแล้ว และต้องการต่อยอดการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (สอ.3/สอ.4) เพื่อการส่งออก จำนวน 30 ราย
ในเวทีการประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นการผลักดันกลุ่มเกษตรกรให้มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการส่งออกสัตว์น้ำแบบครบวงจร อาทิ การชี้แจงขั้นตอนและข้อปฏิบัติในการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามผ่านไปรษณีย์ไทยอย่างครบวงจร ประกอบด้วย 1.ขั้นตอนและหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1) และการรับรองมาตรฐานการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม GAP (Good Aquaculture Practices) 2.ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการส่งออกสัตว์น้ำ (สอ.3/สอ.4) และขั้นตอนการขอหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ (Health Certificate) 3.หลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติในการส่งออกสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศคู่ค้า เพื่อให้เกษตรกรมีความพร้อมในการเดินหน้าส่งออกได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการระดมความคิด และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามไปต่างประเทศ โดยกลุ่มตัวแทนผู้ประกอบการ และเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อเป็นแนวทางในการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามต่อไป
รองอธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมสัตว์น้ำสวยงามไทยสู่พื้นที่เศรษฐกิจใหม่ โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ และเชื่อมโยงศักยภาพของผู้ผลิตเข้ากับความต้องการของตลาดโลกอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการขนส่งผ่านเครือข่ายของไปรษณีย์ไทย ที่ช่วยลดต้นทุน และอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ สามารถส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ ตามหลักมาตรฐานสากล









