“รมว.พัฒนา” เปิดงาน “วันมะเร็งโลก World Cancer Day 2026” สร้างความตระหนักรู้และพลังบวกให้คนไทยห่างไกลจากโรคมะเร็ง 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดงาน “วันมะเร็งโลก World Cancer Day 2026” ผลักดันแนวคิด “Clean Air for All” ป้องกันมะเร็งปอดจากฝุ่น PM2.5 ปกป้องสิทธิ์ในข้อมูลพันธุกรรม สนับสนุนการตรวจยีนเพื่อประเมินความเสี่ยง ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา ลดอัตราการสูญเสีย และสร้างพลังบวกให้ผู้ที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็ง

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ลานกิจกรรม ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดกิจกรรม “วันมะเร็งโลก World Cancer Day 2026” โดยมี นายยอดศักดิ์ รักษาแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสาวจิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ คณะผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายพัฒนา กล่าวว่า สมาพันธ์ควบคุมโรคมะเร็งสากล หรือ UICC กำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันมะเร็งโลก เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งให้กับประชาชนทั่วโลก ซึ่งโรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลก เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประชากรไทย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างความสูญเสียต่อประเทศอย่างมาก กระทรวงสาธารณสุขจึงมุ่งยกระดับการควบคุมป้องกันโรคมะเร็งในทุกมิติ หัวใจสำคัญคือการนำเทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) มาใช้ โดยเฉพาะการนำข้อมูลทางพันธุกรรมมาประเมินความเสี่ยง เพื่อให้สามารถตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดอัตราการสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า การจัดงานวันมะเร็งโลกปีนี้ มีหัวข้อหลักในการรณรงค์ คือ “United by Unique: รวมกันสร้างพลังบวก ยอมรับความแตกต่าง สร้างคุณค่า” ภายใต้แนวคิด “Voice for Cancer Free Life” จัดขึ้นโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างความตระหนักรู้และพลังบวกให้คนไทยห่างไกลจากโรคมะเร็ง ทั้งการเสวนาเพื่อให้เห็นความสำคัญของข้อมูลทางพันธุกรรม สิทธิในการตรวจยีน ให้ประชาชนรับรู้สิทธิและสามารถตรวจยีนได้อย่างมั่นใจ ได้รับบริการสาธารณสุขที่เท่าเทียมและปลอดภัย โดยไม่มีข้อจำกัดด้านการเลือกปฏิบัติมาเป็นอุปสรรค อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับวิกฤตฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ผ่านแนวคิด “Clean Air for All” เพื่อทวงคืนสิทธิ์พื้นฐานให้คนไทยได้หายใจรับอากาศสะอาดอย่างปลอดภัย และช่วยลดความเสี่ยงที่จะนำไปสู่อุบัติการณ์ของโรคมะเร็งปอด ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็ง หรือ Cancer Survivors ที่จะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ป่วยให้กลายเป็นพลังบวก เพื่อขับเคลื่อนสังคมไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะมะเร็งไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาที่ไม่สามารถลิขิต แต่เป็นเรื่องของ “การรู้เท่าทันและสามารถป้องกันได้”