สธ.จัดระบบ SCA ตามหลักสากลมาตรฐานงานวิ่ง ช่วยนักวิ่ง BURIRAM MARATHON กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 3 ราย รอดชีวิต

ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 เผย การจัดระบบตอบสนองภาวะหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน (SCA) ดูแลความปลอดภัยนักวิ่ง BURIRAM MARATHON 2026 กว่า 3.5 หมื่นคน ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า สามารถช่วยฟื้นคืนชีพนักวิ่งที่เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 3 ราย และส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว ไม่เกิดการสูญเสียชีวิต เป็นตัวอย่างการบริหารทีม MERT ตามมาตรฐานงานวิ่งที่ปลอดภัยตามหลักสากล

นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 กล่าวว่า กระแสวิ่งออกกำลังกายเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ละปีจึงมีการจัดงานวิ่งมาราธอนหลายสนาม ซึ่งมาตรฐานงานวิ่งที่ปลอดภัยตามหลักสากล จะเน้นปิดการจราจร 100% มีน้ำดื่มให้นักวิ่งอย่างเพียงพอ มีทีมบุคลากรทางการแพทย์เคลื่อนที่พร้อมอุปกรณ์ AED ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) จัดรถพยาบาลฉุกเฉิน และมีจุดปฐมพยาบาลทุก 2-3 กิโลเมตร รวมถึงมีการวางแผนรับเหตุฉุกเฉินที่ชัดเจน ซึ่งล่าสุด ในงาน BURIRAM MARATHON 2026 จ.บุรีรัมย์ เมื่อค่ำวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่มีนักวิ่งมากกว่า 35,000 คน เจ้าหน้าที่ 7,000 คน ผู้ติดตามและกองเชียร์กว่า 70,000 คน รวมแล้วมากกว่า 1 แสนคน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ได้จัดระบบด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อดูแลความปลอดภัยของนักวิ่งและผู้เข้าร่วมงานตามมาตรฐานเช่นกัน โดยมีศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์เป็นแกนกลางสั่งการและประสานงานร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลชุมชน จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม จุดบริการทางการแพทย์/หน่วยปฐมพยาบาลทุก 2.5 กิโลเมตร ตลอดเส้นทาง และมี Motor Lance สนับสนุนระหว่างช่วงระยะเพื่อเข้าถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว มีบุคลากรทางการแพทย์ให้การดูแลรวม 1,250 คน รวมทั้งกำหนดพื้นที่เสี่ยง การคัดกรองและการส่งต่อชัดเจน เช่น จุดคัดแยกผู้ป่วย แนวทางคัดแยก/ส่งต่อ เพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวนมากบริเวณเส้นชัย พร้อมเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง คือ อาการตะคริว ภาวะกล้ามเนื้อสลาย โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ชัก และภาวะหายใจแผ่ว/หายใจน้อยเกินไป

นพ.วิทิตกล่าวต่อว่า การจัดงานวิ่งครั้งนี้ มีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องทำการกู้ชีพ 3 ราย รายแรก นักวิ่ง Full Marathon เพศชาย อายุ 47 ปี เกิดเหตุหมดสติในจุด กม.38-39 เวลา 21.45 น. สามารถ CPR ได้ภายใน 1 นาที ทีม MERT ถึงจุดเกิดเหตุในเวลา 21.52 น. ทำการช็อกไฟฟ้าหัวใจจนผู้ป่วยหัวใจกลับมาเต้นเองอีกครั้งภายใน 9 นาที และส่งถึงห้องฉุกเฉินภายใน 17 นาที แพทย์วินิจฉัยเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ได้ทำการสวนหัวใจผ่านสายสวน แอดมิท CCU เมื่อปลอดภัยได้ให้กลับบ้านได้ รายที่สอง นักวิ่ง Half Marathon เพศชาย อายุ 61 ปี เกิดเหตุหมดสติจุด กม.38-39 ช่วงเวลา 22.16 น. สามารถทำ CPR ภายใน 1 นาที ทีมนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ช็อกด้วยเครื่อง AED ภายใน 2 นาที พร้อมทำ CPR ต่อเนื่อง โดยทีม MERT ถึงจุดเกิดเหตุเวลา 22.22 น. ทำการช่วยเหลือจนหัวใจกลับมาเต้นเองอีกครั้งภายใน 6 นาที ส่งถึงห้องฉุกเฉินใน 13 นาที แพทย์วินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเช่นกัน ทำการสวนหัวใจผ่านสายสวนและให้แอดมิท CCU และรายที่สาม นักวิ่ง Mini Marathon เพศชาย อายุ 42 ปี เกิดอาการชักบริเวณจุดเส้นชัย ช่วงเวลา 23.05 น. เริ่มแรกยังมีชีพจรก่อนเปลี่ยนเป็นไม่มีชีพจร ทีมแพทย์ทำ CPR และช็อกไฟฟ้าหัวใจทันที ร่วมกับให้ยากระตุ้นจนหัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง จากนั้นส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลบุรีรัมย์ แพทย์วินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ให้การรักษาและแอดมิทในเวลา 00.17 น.

“ระบบตอบสนอง Sudden Cardiac Arrest (SCA) ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกู้ชีพ/ช็อกไฟฟ้าหัวใจนักวิ่งทั้ง 3 ราย ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นสามารถในสนาม ให้หัวใจกลับมาเต้นได้อีกครั้งด้วยความรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยรอดชีวิตและได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นตัวอย่างของการบริหารทีม MERT ที่น่าชื่นชม การระดมบุคลากรทางการแพทย์ทั้งจังหวัดถือว่าคุ้มค่ามากกับ 3 ชีวิตที่ประเมินค่าเป็นเงินไม่ได้ ทั้งนี้ ได้แนะนำให้เพิ่มการจัดการเส้นทางฉุกเฉินสำหรับส่งต่อจากจุดเส้นชัยเพื่อให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และฝึกซ้อมแผนเฉพาะในโซนเส้นชัยเป็นประจำ” นพ.วิทิตกล่าว