กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ศึกษาดูงานโครงการพัฒนาพืชยา แบบครบวงจร ซึ่งดำเนินการโดยสถาบัน KAG Innovate ภายใต้มูลนิธิกสิกรไทย ร่วมกับมูลนิธิประชากรไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่าน (มทร.ล้านนาน่าน) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และวางแนวทางความร่วมมือในการยกระดับสมุนไพรไทยสู่ระบบเศรษฐกิจสุขภาพในระยะยาว

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ศึกษาดูงานโครงการพัฒนาพืชยาแบบครบวงจร ซึ่งดำเนินการโดยสถาบัน KAG Innovate ภายใต้มูลนิธิกสิกรไทย ร่วมกับ มูลนิธิประชากรไทย และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่าน (มทร.ล้านนาน่าน) โดยระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ถือเป็นการวางรากฐานความร่วมมือเชิงนโยบายเพื่อผลักดันสมุนไพรไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสุขภาพ อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ คณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยฯได้เข้าเยี่ยมชม ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์พืชเกษตร (Farma Agro Analysis Laboratory) ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการควบคุมคุณภาพพืชยา โดยมุ่งเป้าการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 เพื่อตรวจวิเคราะห์ตั้งแต่องค์ประกอบของดิน น้ำ วัตถุดิบพืชยาแห้งไปจนถึงสารสกัดบริสุทธิ์
ที่ผ่านมา มูลนิธิกสิกรไทยได้สนับสนุนค่าตรวจวิเคราะห์ให้เกษตรกรฟรี 100% เพื่อรับรองว่าผลผลิตปราศจากสารเคมีตกค้าง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่สูงกว่าท้องถิ่นทั่วไป
นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมโรงงานสกัดสมุนไพรระดับ Pilot Scale มาตรฐาน GMP ซึ่งออกแบบมาเพื่อเป็นต้นแบบอุตสาหกรรมการสกัดพืชยาในพื้นที่ ช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชน เพื่อสร้างสารสกัดมูลค่าสูง (High-value extracts) จากทรัพยากรท้องถิ่น
ดร.นพ.พงศธร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าว ได้มุ่งตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างของจังหวัดน่าน ภายใต้แนวคิด “น่านแซนด์บ็อกซ์” ที่ต้องการเปลี่ยนพื้นที่บุกรุกป่าจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรยา (Medicinal Farm) และป่าพืชยา (Medicine Forest)
สำหรับ แผนการขยายผลโครงการ ปัจจุบัน ครอบคลุมเกษตรกร 39 ครัวเรือน ในส่วนเป้าหมายปี 2569 เตรียมเดินหน้าขยายผลสู่ 300 ครัวเรือน พร้อมผลักดันผลิตภัณฑ์สมุนไพรขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา อย. ไปแล้ว 7 รายการ และบางรายการอยู่ระหว่างกระบวนการบรรจุเข้าสู่ บัญชียาหลักแห่งชาติ
ดร.นพ.พงศธร เน้นย้ำว่า โมเดลจังหวัดน่านคือต้นแบบที่สมบูรณ์ของการพัฒนาสมุนไพรไทยเชิงระบบ ที่สามารถเชื่อมโยงงานวิจัย มาตรฐานอุตสาหกรรม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
“กรมการแพทย์แผนไทยฯ พร้อมจะสนับสนุนการยกระดับห่วงโซ่มูลค่านี้ เพื่อเปลี่ยนสมุนไพรจากพืชพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับสากล สร้างความมั่นคงทางยาและเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในระยะยาวอย่างยั่งยืน” ดร.นพ.พงศธร กล่าวในตอนท้าย













