กระทรวงสาธารณสุข เตรียมจัดงานมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม 2026 เดือน พ.ค.นี้ พร้อมปั้น “T-Beauty” สู่สากล ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพนานาชาติ หวังช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย ตั้งเป้าเป็นจุดหมายปลายทาง Wellness ระดับโลก พร้อมดึงดูดประชาชนทุกกลุ่มวัย นักลงทุนและผู้ประกอบการเข้าถึงนวัตกรรมและบริการสุขภาพครบวงจร

วันที่ 28 มกราคม 2569 ที่อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมจัดงาน “มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม 2026” โดยมีผู้แทนจากสมาคมโรงพยาบาลเอกชน สมาคมคลินิกไทย สมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย สมาคมการส่งเสริมสุขภาพไทย และสมาพันธ์สมาคมสปาแอนด์เวลเนสไทย เข้าร่วม โดยนายพัฒนากล่าวว่า ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติถึงจุดแข็งด้านบริการทางการแพทย์ ที่บุคลากรมีความเชี่ยวชาญ และมีราคาค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพอย่างก้าวกระโดด อีกทั้งยังมีศักยภาพโดดเด่นด้านบริการและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย อาทิ การแพทย์แผนไทย นวดไทย สปาไทย และผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของพื้นที่ เช่น ภาคเหนือพัฒนา Retreat Wellness ฟื้นฟูกายและใจท่ามกลางธรรมชาติและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย, ภาคกลางส่งเสริม Cultural Wellness ผ่านการผสานวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยและวิถีชุมชน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพัฒนา Longevity Wellness ดูแลสุขภาพระยะยาวและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี และภาคใต้ส่งเสริม Lifestyle Wellness ผสานการดูแลสุขภาพเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงทะเลและกิจกรรมวิถีชีวิตสมัยใหม่

นายพัฒนากล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพมีการส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพนานาชาติ (Wellness and Medical Service Hub) โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร พัฒนาระบบนิเวศให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ เปิดตลาดการแพทย์และสุขภาพในกลุ่มประเทศใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ รวมถึงยกระดับประเทศไทยให้เป็นหมุดหมายของกลุ่ม Long Term Care และกลุ่ม Digital Nomad ผ่านการอำนวยความสะดวกด้านการตรวจลงตรา (Visa Facilitation) ด้วย Long Stay Visa และ Destination Thailand Visa และ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวจึงได้กำหนดจัดงาน “มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม 2026” (Thailand Medical & Wellness Expo 2026) ซึ่งเป็นมหกรรมด้านการแพทย์ สุขภาพ และความงามระดับประเทศ ในเดือนพฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี มุ่งสร้าง “พลังร่วม” ระหว่างภาครัฐ เอกชน วิชาการ และประชาชน เชื่อมโยงนโยบาย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้เกิดการนำไปใช้จริงทั้งในระบบบริการสุขภาพและชีวิตประจำวันของประชาชน รวมถึงปั้น “T-Beauty” หรือ Thai Beauty ให้อยู่ในระดับสากล เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสุขภาพไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด

“หากเกาหลีมี K-Beauty ประเทศไทยเราก็มีศักยภาพที่จะสร้าง T-Beauty ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้เช่นกัน ด้วยทักษะของแพทย์ไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก และการสนับสนุนอย่างจริงจังจากรัฐบาล เราจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจผ่านความเชี่ยวชาญด้าน Personal Care & Beauty และยกระดับให้ไทยเป็นหมุดหมายด้าน Wellness ระดับโลก” นายพัฒนากล่าว
ด้าน นพ.ภูวเดชฯ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม 2026 เป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอภาพรวมของระบบสุขภาพในมิติที่หลากหลาย ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัย รวมถึงนักลงทุนและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สามารถเข้าถึงนวัตกรรมและบริการด้านสุขภาพได้อย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้ง 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ เวชศาสตร์เชิงป้องกัน เวชศาสตร์ความงามและการชะลอวัย และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจและแรงบันดาลใจในแนวคิด “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตลอดช่วงชีวิต ผ่าน 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ โภชนาการที่เหมาะสม การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ การจัดการความเครียด การนอนหลับที่มีคุณภาพ การหลีกเลี่ยงสารหรือปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ และการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับสังคม เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานและโรคหัวใจ รวมถึงลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในด้านบุคลากรทางการแพทย์ มาตรฐานสถานพยาบาล การพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ และองค์ความรู้ทางการแพทย์ สร้างความเชื่อมั่น และยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีสุขภาพระดับภูมิภาคและนานาชาติ








