กรมทะเลฯ จัดระเบียบ “ป่าในเมืองกระบี่” เก็บค่าบริการเข้าชมพื้นที่ป่าชายเลน และถ่ายทำภาพยนตร์ในพื้นที่ป่าชายเลนในเขตป่าสงวน เริ่มบังคับใช้ต้นปี 69 นี้

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ยกระดับการบริหารจัดการ “ป่าในเมืองจังหวัดกระบี่ มหัศจรรย์เขาขนาบน้ำ” สู่มาตรฐานสากล ประกาศกำหนดอัตราค่าบริการบุคคล ยานพาหนะ ที่เข้าไปท่องเที่ยว และการถ่ายทำภาพยนตร์ในพื้นที่ป่าชายเลน หวังนำรายได้ดูแลทรัพยากรป่าชายเลนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

วันที่ 21 มกราคม 2569 ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ออกประกาศกำหนดให้พื้นที่ป่าชายเลนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองกระบี่ใหญ่ และ ป่าคลองเหนือคลอง ในท้องที่ตำบลปากน้ำ และตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เป็นพื้นที่บริการ พ.ศ. 2568 “โครงการป่าในเมืองจังหวัดกระบี่ มหัศจรรย์เขาขนาบน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำโลก“ ซึ่งการกำหนดพื้นที่บริการดังกล่าว เป็นไปตามระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยการเก็บค่าบริการหรือค่าตอบแทนสำหรับการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ให้บริการหรืออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในป่าชายเลนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2566 โดยเงินค่าบริการหรือค่าตอบแทน จะนำไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษาป่าชายเลน และสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อีกส่วนหนึ่ง

สำหรับการใช้พื้นที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์ในพื้นที่ป่าชายเลนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ได้กำหนดอัตราค่าบริการและค่าตอบแทนโดยแบ่งตามประเภทของการถ่ายทำภาพยนตร์ ได้แก่ ภาพยนตร์ไทยหรือละครไทย 1,500 บาท/วัน ภาพยนตร์สารคดี โฆษณา รายการโทรทัศน์ มิวสิกวิดีโอ ภาพนิ่ง หรือสื่อประเภทอื่นของไทย 1,000บาท/วัน ภาพยนตร์ต่างประเทศหรือละครต่างประเทศ 2,500 บาท/วัน ภาพยนตร์สารคดี โฆษณา รายการโทรทัศน์ มิวสิกวิดีโอ ภาพนิ่ง หรือสื่อประเภทอื่นของต่างประเทศ 2,000 บาท/วัน ทั้งนี้ หากเป็นการถ่ายทำเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริม สนับสนุน หรือประชาสัมพันธ์ด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาจพิจารณาลดอัตราค่าบริการหรือค่าตอบแทนครึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด และหากการถ่ายทำเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวไม่ได้เป็นลักษณะแสวงหากำไร ให้ยกเว้นค่าบริการหรือตอบแทน

นอกจากนี้ การกำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลและยานพาหนะที่เข้าไปใช้บริการในพื้นที่ป่าชายเลนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อให้การจัดการพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และสอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยประกาศทั้ง 3 ฉบับ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 และมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป (ประมาณ กลางเดือนมีนาคม 2569)