ฝนหลวงฯ บินระบายฝุ่นเช้า-บ่าย หลัง กทม.-ปริมณฑล เริ่มมีปริมาณฝุ่นสะสมเพิ่ม

วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้เริ่มตั้งหน่วยปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้กับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มาตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 โดยตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จำนวน 2 หน่วย ได้แก่ หน่วยฯ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยฯ จ.ระยอง ซึ่งได้มีการติดตามสถานการณ์และสภาพอากาศเป็นประจำทุกวัน และวางแผนบินปฏิบัติการมาอย่างต่อเนื่องนั้น

ในเช้าวันนี้ (5 ม.ค. 2569) จากการติดตามสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองเมื่อเวลา 08.00 น. พบว่า ค่าคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑล ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง 25.1-37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (ข้อมูลจากเว็บไซต์ Air4Thai) และเริ่มมีบางพื้นที่อยู่ในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ประกอบกับข้อมูลการระบายอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 4-12 มกราคม 2569 การระบายอากาศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์อ่อน จึงคาดว่าแนวโน้มความเข้มข้นของฝุ่นอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง-ดี ทั้ง 2 หน่วยดัดแปรสภาพอากาศจึงได้วางแผนปฏิบัติการช่วยระบายฝุ่น โดยหน่วยฯ จ.ระยอง ปฏิบัติการด้วยเทคนิคการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง เวลา 10.30 น. ใช้เครื่องบิน CN235 – 2222 จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน โดยใช้สารฝนหลวง สูตร 3 (น้ำแข็งแห้ง) จำนวน 1,000 กิโลกรัม บินที่ความสูง 7,000 ฟุต บริเวณทิศตะวันออก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายบริเวณพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก และหน่วยฯ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปฏิบัติการด้วยเทคนิคการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง เวลา 10.30 น. ใช้เครื่องบิน Caravan จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน โดยใช้สารฝนหลวงสูตร 3 (น้ำแข็งแห้ง) จำนวน 700 กิโลกรัม บินที่ความสูง 7,000 ฟุต บริเวณ อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม ช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายบริเวณพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคใต้ตอนบน

นายราเชน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศและประเมินศักยภาพการระบายฝุ่นละอองโดยเครื่องบิน Super King Air เมื่อเวลา 11.05 น. พบว่า ชั้นบรรยากาศอุณหภูมิผกผันที่ขวางกั้นฝุ่นละอองถูกกักเก็บมีจำนวนมาก และมีชั้นขวางกั้นฝุ่นที่เด่นชัดระดับความสูง 5,400 – 6,800 ฟุต จึงได้วางแผนปฏิบัติการต่อเนื่องด้วยวิธีการโปรยน้ำแข็งแห้งในช่วงบ่ายนี้ โดยหน่วยฯ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขึ้นบินปฏิบัติการด้วยเทคนิคการก่อเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง เวลา 13.20 น. ใช้เครื่องบิน Caravan จำนวน 2 ลำ รวม 2 เที่ยวบิน โดยใช้สารฝนหลวงสูตร 1(4/2) (เกลือทะเล) จำนวน 1,000 กิโลกรัม บินที่ความสูง 5,500 ฟุต บริเวณ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ถึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี และเวลา 14.30 น. ใช้เครื่องบิน Caravan จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน ปฏิบัติการด้วยเทคนิคการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง โดยใช้สารฝนหลวงสูตร 3 (น้ำแข็งแห้ง) จำนวน 700 กิโลกรัม บินที่ความสูง 6,800 ฟุต บริเวณ อ.บางแพ จ.ราชบุรี เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคใต้ตอนบน

อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยังคงติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยจะนำข้อมูลสภาพอากาศมาวางแผนปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เพื่อทำให้คุณภาพอากาศมีค่าที่ดีขึ้น