กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจยืนยันเชื้อสเตร็ปโตคอคคัสซูอิส สาเหตุเชื้อก่อโรคไข้หูดับ รายงานผลภายใน 48 ชั่วโมง เตือนประชาชนเลี่ยงรับประทานหมูดิบ ป้องกันโรคไข้หูดับ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคไข้หูดับหรือโรคติดเชื้อสเตร็ปโตคอคคัสซูอิส (Streptococcus suis infection) เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนและเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือด และการสูญเสียการได้ยินถาวร โดยพบการติดเชื้อในคนจากการรับประทานเนื้อหมูดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ และการสัมผัสหมูป่วยหรือสารคัดหลั่งของหมูผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุตา เชื้อแบคทีเรียสเตร็ปโตคอคคัสซูอิส อาศัยอยู่ในต่อมทอนซิล ทางเดินอาหาร ช่องคลอด และโพรงจมูกของหมู ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงหมู คนงานโรงชำแหละ ผู้จำหน่ายเนื้อหมู และผู้ที่นิยมบริโภคอาหารประเภทลาบหมูดิบ หรือหลู้ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อ

เชื้อสเตร็ปโตคอคคัสซูอิส มีประมาณ 30 ซีโรทัยป์ โดยในประเทศไทยพบซีโรทัยป์ 2 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อในคนสูงถึงร้อยละ 90–95 รองลงมาคือ ซีโรไทป์ 1/2, 14,  1, 4, 5, 16, และ 24 ตามลำดับ ระยะฟักตัวของโรคอยู่ระหว่าง 1–14 วัน โดยมักแสดงอาการภายใน 3 วันหลังรับเชื้อ อาการสำคัญ ได้แก่ มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หอบเหนื่อย เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจรุนแรงจนเกิดภาวะช็อกจากพิษของเชื้อและเสียชีวิต ผู้ป่วยบางรายแม้รอดชีวิตแต่อาจเกิดความพิการ เช่น สูญเสียการทรงตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง และสูญเสียการได้ยินถาวรหรือที่เรียกว่า “หูดับ”

จากข้อมูลการตรวจยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระหว่างปี 2566–2568 มีตัวอย่างส่งตรวจยืนยัน รวม 14 ตัวอย่างและพบเชื้อในทุกตัวอย่าง แบ่งเป็นปี 2566 จำนวน 1 ตัวอย่าง ปี 2567 จำนวน 5 ตัวอย่าง และปี 2568 จำนวน 8 ตัวอย่าง

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมให้การสนับสนุนการตรวจยืนยันเชื้อแบคทีเรียสเตร็ปโตคอคคัสซูอิส เพื่อช่วยเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโรงพยาบาลที่มีความประสงค์ส่งตรวจสามารถเก็บตัวอย่างเลือด หรือเชื้อบริสุทธิ์ และนำส่งห้องปฏิบัติการทันทีที่อุณหภูมิห้อง ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะดำเนินการตรวจยืนยันชนิดของเชื้อด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานสากล โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข สามารถรายงานผลได้ภายใน 48 ชั่วโมง ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม ทั้งนี้ โรงพยาบาลสามารถติดต่อส่งตัวอย่างตรวจได้ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข หรือ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 เชียงใหม่ หรือ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 สมุทรสงคราม

สำหรับประชาชน การป้องกันโรคไข้หูดับสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อหมูดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆไม่รับประทานหมูป่วยหรือหมูตายจากโรค เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่ผ่านการตรวจมาตรฐาน ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ หรือเนื้อยุบ การปรุงอาหารควรให้สุกด้วยความร้อนอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียส นานไม่น้อยกว่า 10 นาทีหรือจนเนื้อไม่เป็นสีแดง ผู้ปรุงอาหารที่มีบาดแผลควรปิดแผลและสวมถุงมือ และผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับสุกรควรสวมถุงมือ รองเท้าบู๊ต และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัส