“รองนายกฯ โสภณ” เรียกประชุม กนช. เน้นจัดลำดับความสำคัญโครงการด้านน้ำ ที่แม่นยำ ตรงจุด พร้อมเห็นชอบ 9 โครงการสำคัญด้านน้ำและผังน้ำ 6 ลุ่มน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วม – แล้งซ้ำซากระยะยาว และไฟเขียว 8 มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2568/2569 เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 5/2568 โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายไพฑูรย์ เก่งการช่าง และนางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัญหาด้านน้ำเป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมุ่งเน้นการวางรากฐานเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะกิจที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะปัญหาในหลายพื้นที่ที่สะสมมาเป็นเวลานาน เช่น ปัญหาน้ำท่วม – น้ำแล้งซ้ำซาก ปัญหาคุณภาพน้ำ ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการแก้ไขจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีการจัดลำดับความสำคัญที่แม่นยำและตรงจุด คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติจึงมีบทบาทสำคัญในการพิจารณาโครงการด้านน้ำ โดยต้องจัดลำดับความสำคัญอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งต้องผลักดันให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหาด้านน้ำประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง สำหรับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ทุกหน่วยงานอยู่ในระหว่างเร่งแก้ไขและฟื้นฟูสถานการณ์ในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ขณะเดียวกัน ในหลายพื้นที่ของประเทศ (ยกเว้นภาคใต้) เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว ดังนั้น จึงต้องให้ความสำคัญกับปัญหาภัยแล้งควบคู่กับการแก้ไขปัญหาอุทกภัยด้วย ที่ประชุมจึงได้มีมติเห็นชอบมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 จำนวน 8 มาตรการ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการป้องกันและบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำ และเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้ทันที
ด้าน นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแผนงานโครงการด้านทรัพยากรน้ำที่หน่วยงานเสนอ จำนวน 9 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท – ป่าสัก – อ่าวไทย 2) โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย เวียงชัย – แม่ลาว จังหวัดเชียงราย 3) โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองประเวศบุรีรมย์ ช่วงจากเขื่อนเดิมคลองจระเข้ขบถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร 4) โครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี 5) โครงการคลองระบายน้ำคลองทับมา – คลองกะแมง อำเภอบ้านค่ายและอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 6) โครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ – หนองค้อ – บางพระ จังหวัดชลบุรี 7) โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย การประปาส่วนภูมิภาคสาขาชลบุรี – พนัสนิคม – (พานทอง) – (ท่าบุญมี) ระยะที่ 2 จังหวัดชลบุรี 8) โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพัทยา – แหลมฉบัง – ศรีราชา จังหวัดชลบุรี และ 9) โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ กรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร จะเร่งขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาด้านน้ำให้กับประชาชน ทั้งในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบผังน้ำเพิ่มเติม จำนวน 6 ผัง ได้แก่ ผังน้ำลุ่มน้ำโขงเหนือ ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยที่ประชุมมอบหมายให้ สทนช. ดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ซึ่งทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีผังน้ำครบทั้ง 22 ลุ่มน้ำแล้ว โดยหน่วยงานสามารถใช้ผังน้ำเป็นเครื่องมือประกอบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติด้านน้ำต่อไป






















