กรมแพทย์แผนไทยผลักดันภูมิปัญญาไทยสู่ระบบบริการ เผย รพ.พระอาจารย์ฝั้นฯ ชู 2 ตำรับยาเด่น “ราณีพลีชีพ-แก้องคชาติตาย” ดูแล ภาวะหย่อนสมรรถภาพ

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผย 2 ตำรับยา ได้แก่”ราณีพลีชีพ-แก้องคชาติตาย” แก้ปัญหาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศสตรีและบุรุษ ปัจจุบันนำร่องการรักษา ที่ รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร ย้ำแนวทางการรักษาควบคู่กับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เช่น การฝังเข็ม การบริหารด้วยท่าฤาษีดัดตน การนวดไทย เพื่อคืนสมดุลด้านร่างกายและจิตใจอย่างยั่งยืน

พญ.กัญญาภัค ศิลารักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร และ ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมภูมิปัญญาไทยสู่ระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลผู้มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ซึ่งเป็นปัญหาครอบครัวที่อาจส่งผล ต่อการหย่าร้าง อาการดังกล่าวเกิดได้ทั้งชาย-หญิง ชี้สาเหตุหลักเกิดจากฮอร์โมนไม่สมดุล ระบบไหลเวียนเลือดบกพร่อง ความเครียด และพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ โดยตามหลักการแพทย์แผนไทย ภาวะดังกล่าวสัมพันธ์กับ ธาตุลม และธาตุไฟพร่อง หรือ เลือดลมเดินไม่สะดวก การรักษาจึงเน้นการปรับสมดุลธาตุ บำรุงกำลังและบำรุงโลหิต โดยใช้สมุนไพรที่มีรสร้อนและสุขุมเป็นหลัก

ปัจจุบัน โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้นฯ ได้นำตำรับยา 2 ชนิด มาใช้ดูแลผู้ป่วย ได้แก่ 1.ตำรับราณีพลีชีพ ชื่อเดิม ผัวตื่นเมีย เหมาะสำหรับฟื้นฟูร่างกายสตรีหลังคลอด บำรุงเลือดลดอาการอ่อนเพลีย ประกอบด้วยสมุนไพร อาทิ ว่านชักมดลูก กวาวเครือขาว รากสามสิบ ฯลฯ ระมัดระวัง และ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร และผู้ป่วยมะเร็ง ที่ไวต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น มะเร็งเต้านม 2.ตำรับแก้องคชาติตาย จากตำรายาเกร็ดโบราณ ใช้สมุนไพรฤทธิ์ร้อน อาทิ ดีปลี ช้าพลู พริก ขิง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต บำรุงกำลัง และ แก้ธาตุลมหย่อน โดยเฉพาะในบุรุษ แต่ควรระวัง และห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคจิตเวช ผู้ใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือยาที่อาจเกิดปฏิกิริยากับขิง พริกไทย หรือดีปลี

นอกจากยาตำรับดังกล่าวแล้ว การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ยังเป็นแนวทางการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ ในระยะยาว เช่น การฝังเข็ม ช่วยปรับสมดุลพลังงาน (ลมปราณ) กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดความเครียด ส่วนการ ออกกำลังกายฤาษีดัดตน แนะนำ 3 ท่า ดังนี้ 1.ท่าแก้เอวขัด ขาขัด ท่านี้ช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้าและตึงบริเวณเอวและหลัง 2.ท่าดำรงกายอายุยืน ท่านี้เน้นการบริหารกล้ามเนื้อแขนและลำตัว ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 3.ท่าแก้ลมข้อมือ และแก้ลมในลำลึงค์ ช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต และ ลมในร่างกาย และ เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การนวดไทย บริเวณหลังส่วนล่าง และสะโพก ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นผ่อนคลาย เพื่อเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เป็นต้น

พญ.กัญญาภัค เน้นว่า การนำตำรับยาสมุนไพรมาใช้ในการรักษาในโรงพยาบาล เป็นการยกระดับ ภูมิปัญญาไทยสู่มาตรฐานการแพทย์ยุคใหม่ ซึ่งต้องดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์แผนไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด “การบำบัดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศตามศาสตร์ การแพทย์แผนไทย ไม่ใช่เพียงการรักษาที่อวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง แต่คือการฟื้นฟูสมดุลของทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมกับ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม”

สำหรับประชาชนที่ประสบปัญหาหรือมีข้อสงสัย สามารถเข้ารับคำปรึกษาและรับการรักษาได้ที่ คลินิกการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร เบอร์โทร 042-779105 ต่อ 135 หรือ ขอคำแนะนำจากแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ