ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลปัตตานี ให้บริการครบวงจรทั้งสวนหัวใจวินิจฉัย ทำบอลลูน ใส่ขดลวดใส่ เครื่องกระตุ้นหัวใจ โดยห้องปฏิบัติการสวนหัวใจที่ได้มาตรฐานพร้อมเครื่องมือทันสมัย ภายใต้การดูแลของทีมสหวิชาชีพและบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง ช่วยประชาชนพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเข้าถึงการรักษาขั้นสูงที่ได้มาตรฐาน โดยไม่ต้องเดินทางไกล
วันที่ 27 สิงหาคม 2567 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลปัตตานี โดยมี นายแพทย์สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา สาธารณสุขนิเทศเขตสุขภาพที่ 12 นายแพทย์อนุรักษ์ สารภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี นายแพทย์รุซตา สาและ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปัตตานี ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข บุคลากร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปัตตานี ร่วมพิธี โดยได้กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งเน้นให้โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป พัฒนาศักยภาพศูนย์เชี่ยวชาญโรคเฉพาะทางสาขาต่างๆ ตามแผน พัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) ซึ่งเป็นการกระจายบริการสุขภาพเฉพาะทางไปยังทุกภูมิภาค ช่วยสร้างระบบสุขภาพที่เข้มแข็งใกล้บ้านใกล้ใจ ให้ประชาชนได้รับบริการที่มีมาตรฐานอย่างทั่วถึงและทันเวลา
“โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทยมาต่อเนื่องหลายปี โดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ที่พบได้สูงถึง 250 ต่อประชากร 100,000 คน การเปิดศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลปัตตานี จึงเป็นการพัฒนาที่ตอบโจทย์ของพื้นที่อย่างมาก เพราะช่วยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างได้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพมาตรฐานโดยไม่ต้องเดินทางไกล และยังเป็นเครื่องยืนยันว่าประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ก็ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงเช่นกัน” นายแพทย์โอภาสกล่าว
ด้านนายแพทย์รุซตา กล่าวว่า โรงพยาบาลปัตตานี เป็นโรงพยาบาลทั่วไป ดูแลประชากรกว่า 736,000 คน ได้เปิดศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา มีห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cath Lab) ที่ได้มาตรฐานและเครื่องมือที่ทันสมัย ให้บริการทั้งการสวนหัวใจวินิจฉัย การทำบอลลูนและใส่ขดลวด การใส่เครื่อง กระตุ้นหัวใจ ภายใต้การดูแลของทีมสหวิชาชีพและบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง พร้อมระบบเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลชุมชนในการดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะเวลาเพียง 2 เดือนครึ่ง ให้บริการผู้ป่วยไปแล้ว 294 ครั้ง มากกว่าที่คาดไว้ว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 190 – 200 ราย แสดงให้เห็นว่าประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น โดยผู้ป่วยกว่า 75% มาจากโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ รวมถึงรับส่งต่อจากนราธิวาสและสงขลา นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเปิดบริการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดในปี 2570 ด้วย