นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 32.49 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 32.42-32.50 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) เข้าใกล้โซนแนวต้าน 3,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยเฉพาะในปีหน้า ที่ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 21% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 4 ครั้ง (ส่วนในปีนี้ ผู้เล่นในตลาดยังคงประเมินเฟดมีโอกาสราว 16% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง) จากประเด็นความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟด โดยฝั่งการเมืองสหรัฐฯ แม้ว่าโดยรวมเงินดอลลาร์จะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways และยังพอได้แรงหนุนจากอานิสงส์ของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจส่วนใหญ่ที่ออกมาสดใสและดีกว่าคาด อาทิ ยอดคำสั่งซื้อพื้นฐานสินค้าคงทน ซึ่งไม่รวมอากาศยานและอาวุธ (Core Durable Goods ex. Air & Defense) ในเดือนกรกฎาคม ปรับตัวขึ้น +1.1%m/m ดีกว่าคาด ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Conference Board Consumer Confidence) เดือนสิงหาคม แม้จะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 97.4 จุด แต่ก็ดีกว่าคาดที่ระดับ 96.4 จุด
บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมออกมาสดใส นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนจากการรีบาวด์ขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ อาทิ Nvidia +1.1% (ก่อนจะรับรู้รายงานผลประกอบการในวันพุธนี้) ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.41%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง -0.83% กดดันโดยแรงขายหุ้นฝรั่งเศส ซึ่งกดดันให้ดัชนี CAC40 ของฝรั่งเศสดิ่งลงกว่า -1.7% ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองของฝรั่งเศส หลังนายกฯ François Bayrou ประกาศกำหนดการลงมติไว้วางใจในวันที่ 8 กันยายนนี้ ทว่าบรรดาพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาต่างออกมาระบุจุดยืนไม่สนับสนุนการลงมติไว้วางใจ เพิ่มความเสี่ยงที่ฝรั่งเศสอาจต้องมีการเลือกตั้งในเร็วนี้
ส่วนในฝั่งตลาดบอนด์ ความกังวลการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงบ้างสู่ระดับ 4.27% ทว่าการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ก็เป็นไปอย่างจำกัด หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ในช่วงนี้ก็ออกมาสดใสอยู่ ทั้งนี้ ในช่วงระยะสั้น เราคงมุมมองเดิมว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มผันผวนไปตามการมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด โดยยังพอมีโอกาสที่จะเห็นบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นได้บ้าง หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงหลังจากนี้ ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง เราจึงมองว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะบอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ในการทยอยเข้าซื้อ ส่วนผู้ที่มีสถานะลงทุนในบอนด์ระยะยาว ก็สามารถ Let Profits Run ได้ เนื่องจากเราคงคาดการณ์ว่า บอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มทยอยปรับตัวลดลง ตามการเดินหน้าลดดอกเบี้ยของเฟด (คาดว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยจนถึงระดับ 3.00-3.25%)
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แม้จะพอได้แรงหนุนจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่ส่วนใหญ่ออกมาสดใส ทว่าความกังวลของผู้เล่นในตลาดต่อการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันเงินดอลลาร์ ผ่านการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ส่งผลให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงเคลื่อนไหวแถวโซน 98.3 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 98.0-98.4 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ ความกังวลการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งยังคงหนุนการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยเฉพาะในปีหน้านั้น ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2025) ทยอยปรับตัวสูงขึ้น ทดสอบโซนแนวต้าน 3,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ แม้จะมีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ไม่มากนัก ทว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะมีไฮไลท์สำคัญ คือ Nvidia ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินและทิศทางของบรรดาหุ้นเทคฯ ธีม AI/Semiconductor ได้
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ไปก่อน หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะในส่วนของรายงานผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในช่วงปกติ หรือ ช่วง After Close โดยหากบรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ก็อาจจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ซึ่งจะช่วยชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้
นอกจากนี้ ในช่วงระยะสั้น นอกเหนือจากปัจจัยแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด เงินดอลลาร์อาจผันผวนไปตามการเคลื่อนไหวของสกุลเงินหลัก อย่าง เงินยูโร (EUR) ที่อาจเผชิญแรงกดดันจากความวุ่นวายของการเมืองฝรั่งเศสได้ หลังนายกฯ ฝรั่งเศส ได้กำหนดวันลงมติไว้วางใจ ในวันที่ 8 กันยายน นี้ ซึ่งมีโอกาสสูงที่เสียงส่วนใหญ่จะไม่เห็นชอบกับมติไว้วางใจดังกล่าว และนำไปสู่การลาออกของนายกฯ François Bayrou โดยหลังจากนั้น ประธานาธิบดีฝรั่งเศส Emmanuel Macron จะเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะคัดเลือกนายกฯ ใหม่ หรือประกาศยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ เราประเมินว่า ประธานาธิบดี Emmanuel Macron อาจเลือกประกาศยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ โดยอาจมีการเลือกตั้งเร็วสุดในช่วงเดือนตุลาคม ทำให้ในระยะสั้นนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส อาจกดดันสินทรัพย์ฝั่งยุโรป โดยเฉพาะเงินยูโร (EUR) ได้ และอาจพอช่วยหนุนเงินดอลลาร์บ้าง
อย่างไรก็ดี เรามองว่า สุดท้ายทิศทางของเงินดอลลาร์อาจขึ้นกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ทั้ง อัตราเงินเฟ้อ PCE ที่จะรับรู้ในสัปดาห์นี้ และข้อมูลการจ้างงานเดือนสิงหาคม ซึ่งจะรับรู้ในสัปดาห์หน้า โดยข้อมูลดังกล่าวจะส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดได้อย่างมีนัยสำคัญ
เราประเมินว่า หากเงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าลงได้ชัดเจนอีกครั้ง อาจต้องรอรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลการจ้างงาน เพื่อรอลุ้นโอกาสที่ผู้เล่นในตลาดจะปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดอย่างชัดเจน หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง การจ้างงานยังคงออกมาสดใสหรือดีกว่าคาด โดย หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following การอ่อนค่าอย่างชัดเจนของเงินบาททะลุโซน 32.65 บาทต่อดอลลาร์ จะเพิ่มโอกาสที่เงินบาทกลับเข้าสู่แนวโน้มการอ่อนค่าลงอีกครั้ง
เรายังคงมีความกังวลเดิม คือ ความผันผวนของเงินบาทที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.35-32.50 บาท/ดอลลาร์