กรมควบคุมโรค ร่วมกับ สสจ.เชียงราย จัดกิจกรรม “สาธารณสุขชวนวิ่ง” ตามแนวคิดท่าน ว.วชิรเมธี “การดื่มสุราทำให้ศักยภาพในการเป็นมนุษย์ลดลง”

กรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรม “สาธารณสุขชวนวิ่ง งดเหล้า เลิกบุหรี่ ทำความดีเข้าพรรษา” ชวนคนไทย ลด ละ เลิกสุราและยาสูบ ตลอด 3 เดือนเข้าพรรษา เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการก่อเกิดโรคและอาการเจ็บป่วยที่มีผลกระทบจากบุหรี่ สุรา ส่งเสริมคุณค่าของชีวิต เปลี่ยนกิจกรรมในช่วงวันหยุดให้เกิดประโยชน์ ละเว้นจากการดื่มสุราและสูบบุหรี่ โดยการทำกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ ตามข้อคิดจากพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ที่ได้มอบไว้เพื่อเตือนใจประชาชนที่ว่า “การดื่มสุราทำให้ศักยภาพในการเป็นมนุษย์ลดลง”

เช้าวันที่ 17 ก.ค. 2562 ที่ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ร่วมจัดกิจกรรม “สาธารณสุขชวนวิ่ง ลดเหล้า เลิกบุหรี่ ทำความดีเข้าพรรษา” เนื่องใน วันงดดื่มสุราแห่งชาติ ประจำปี 2562 เพื่อการร่วมสร้างกระแสสังคมคนเชียงราย ในการหันมาออกกำลังกาย ลด ละ เลิกการดื่มสุรา เลิกบุหรี่ และมีบุคคลต้นแบบที่สามารถ เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ได้สำเร็จ “คนหัวใจเพชร” โดยภายในงานมีกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 10 กิโลเมตร และ 3.4 กิโลเมตร และมอบประกาศนียบัตร “ผู้สนับสนุนการดำเนินงานมาตรการชุมชนเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามแนวทาง “ใช้ทางธรรมนำทางใจ ห่างไกลบุหรี่ สุรา” จำนวน 1 ราย โดยมอบให้แก่ นายอำเภอเวียงชัย นายสกล แก้วโพธิ์คำ ที่สนับสนุนการขับเคลื่อนในการจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ และประกาศนียบัตร “ร้านค้าคุณธรรม” พื้นที่นำร่องอำเภอเวียงชัย  จังหวัดเชียงราย จำนวน 25 ร้านค้า ซึงเป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของจังหวัดเชียงรายและกรมควบคุมโรค จากพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือที่รู้จักในนามท่าน ว.วชิรเมธี และมีกิจกรรมกล่าวคำปฎิญาณตน “งดเหล้า เลิกบุหรี่ ชวนออกกำลังกาย” การถวายเทียนพรรษาและปัจจัยร่วมสมทบทุนสร้างอาคารเรือนนอน ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวันอีกด้วย

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายมีความตั้งใจและร่วมดำเนินงานเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบเป็นปัจจัยเสี่ยงลำดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยและการเกิดโรคและปัญหาสุขภาพ และการสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลต่างๆ ในโอกาสเทศกาลแห่งการปฏิบัติตนเพื่อเป็นกุศลในช่วงเข้าพรรษานี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะให้ทุกท่านได้ร่วมทำบุญให้กับร่างกาย ให้กับตนเองโดยการงดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบ ช่วงเข้าพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน

ด้านว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าจากแนวความคิดการพัฒนางานตามแผนยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติและแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติฉบับที่สองได้กำหนดการสร้างความตระหนักเรื่องพิษภัยและรู้เท่าทันกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ เพื่อป้องกันนักดื่ม นักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกสำคัญที่จะควบคุมให้ปริมาณนักดื่ม นักสูบ ซึ่งการบริโภคก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งตัวผู้ดื่มเอง ครอบครัว บุคคลรอบข้างชุมชน สังคม และประเทศชาติ ดังนั้นขอเชิญชวนชาวไทยทุกท่าน ลด ละ เลิกสุราและยาสูบ ส่งเสริมการใช้กีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง

ส่วนนายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการเสนอแนวทางการดำเนินชีวิตที่จะไม่นำไปสู่ความเสื่อมความเดือดร้อนใจต่างๆ หนึ่งในศีล 5 ของข้อที่กฎพื้นฐานของชีวิตที่ควรปฏิบัติ คือ งดเหล้า ไม่ยุ่งเกี่ยวกับน้ำเมาทุกชนิด โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วยนักกีฬา เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ และผู้เข้าร่วมรับรางวัลในกิจกรรมคนหัวใจเพชรและตัวแทนร้านค้าคุณธรรมต้นแบบ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,500 คน  นอกจากนี้ในวันเข้าพรรษา ยังได้มีการระบุไว้ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 28 การห้ามขายตามวันเวลาที่รัฐมนตรีประกาศหรือกำหนด ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 ข้อ 2 การห้ามขายในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา โดยผู้กระทำความผิดฝ่าฝืนกฎหมายในกรณีดังกล่าว ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหากพบเห็นการกระทำผิดขอให้ร้องเรียนมายังสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 หรือสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โทร 02 590 3342

******************************************************

ข้อมูลจาก: สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค