ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง
ปริมาณฝนตกใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.บึงกาฬ (150) จ.เชียงราย (97) จ.ประจวบคีรีขันธ์ (79) จ.ลพบุรี (68) จ.ระยอง (66) และ จ.นราธิวาส (49)
ปริมาตรแหล่งน้ำทุกขนาด 44,028 ล้าน ลบ.ม. (53%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 39,344 ล้าน ลบ.ม. (55%)
คุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก อยู่ในเกณฑ์ปกติทุกสถานี
กอนช. ประกาศ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ฉบับที่ 15/2566 ในช่วงวันที่ 20-25 ส.ค. 66 ดังนี้ ภาคเหนือ จ.เชียงราย เชียงใหม่ น่าน และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุดรธานี อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี และตราด ภาคใต้ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต สตูล ตรัง และสุราษฎร์ธานี
สทนช. เดินหน้าแผนหลักบูรณาการบริหารจัดการน้ำ จ.บึงกาฬ สร้างความมั่นคงด้านน้ำตามแผนแม่บทฯ น้ำ 20 ปี
นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการ สทนช. ติดตามการบริหารจัดการน้ำ จ.บึงกาฬ พร้อมเร่งออกแบบวางโครงการเบื้องต้นโดยพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่ง สทนช. เริ่มดำเนินการโครงการศึกษาแผนบูรณาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.บึงกาฬ โดยดำเนินการศึกษาทั้งด้านการจัดทำแผนบูรณาการตามสภาพปัญหาพื้นที่ในเชิงลึก จัดทำแผนการพัฒนาบึงหรือหนองน้ำธรรมชาติที่มีศักยภาพของจังหวัด และจัดทำรายงานวางโครงการเบื้องต้นที่สำคัญเร่งด่วน ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี
จากผลการศึกษาได้มีการคัดเลือกแหล่งน้ำที่มีศักยภาพ จำนวน 13 แห่ง ในทุกอำเภอ เพื่อทำโครงการเบื้องต้นเร่งด่วนในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติ พร้อมทั้งวางแผนการบริหารจัดการน้ำ ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง ปัญหาแหล่งน้ำตื้นเขิน และสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้แหล่งน้ำได้อย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างความเป็นอยู่ของประชาชนให้มีน้ำอุปโภค บริโภค น้ำเพื่อการเกษตรและภาคการผลิตอย่างเพียงพอ
นอกจากนี้ จ.บึงกาฬ มีพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญ คือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง และเขตห้ามล่าสัตว์กุดทิง ที่ปัจจุบันเป็นพื้นที่รับน้ำทิ้งจากในพื้นที่ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของวัชพืชน้ำ จึงมีความจำเป็นในการจัดการคุณภาพน้ำอย่างยิ่ง โดยอาศัยกระบวนการทางธรรมชาติที่มีระบบการจัดการที่ง่ายและมีต้นทุนต่ำ
สำหรับแหล่งน้ำใน จ.บึงกาฬ มีทั้งหมด 1,448 แห่ง สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ประมาณ 70 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 35 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 50% ซึ่งมีปริมาณน้ำน้อยกว่า ปี 65 ประมาณ 13 ล้าน ลบ.ม.
ทั้งนี้ รองเลขาธิการ สทนช.ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 66 และมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรองรับสถานการณ์เอลนีโญ 3 มาตรการอย่างเคร่งครัด และกำชับทุกหน่วยงานเตรียมแผนการรับมือจากสถานการณ์เอลนีโญ เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ทันกับสถานการณ์