นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ดำเนินนโยบายตามที่รัฐบาลมีเป้าหมายให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งจากเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีการเจริญเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน กรมฯ จึงดำเนินโครงการหมู่บ้านทำมาค้าขาย
ซึ่งส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนที่มีสมาชิกเป็นเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และกลุ่มแม่บ้าน ให้มีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง มีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการขยายช่องทางการตลาด และมีความสามารถในการแข่งขัน ก่อนหน้านี้กรมการค้าภายในได้ส่งเสริมให้มีวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วม “หมู่บ้านทำมาค้าขาย” แล้ว 37 แห่ง
โดยวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการอบรมทั้งความรู้ด้านการตลาดออฟไลน์และออนไลน์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การสร้างมาตรฐานสินค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การออกแบบและผลิตฉลากบรรจุภัณฑ์ให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ การสร้างมาตรฐานสินค้าเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการตลาด การขยายช่องทางการจำหน่าย การจับคู่ธุรกิจ และการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ออนไลน์และออฟไลน์
เพื่อยกระดับศักยภาพวิสาหกิจชุมชนสู่การเป็นผู้ประกอบการต่อไปและทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเข้มแข็งอย่างยั่งยืน สำหรับในปี ๒๕๖๕ มีหมู่บ้านทำมาค้าขายแห่งใหม่ทั้งหมด ๕ แห่ง ได้แก่
๑. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปันหยาบาติก จังหวัดสตูล
๒. วิสาหกิจชุมชนหัตถศิลป์พื้นบ้านปากบารา จังหวัดสตูล
๓. วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์เตยปาหนัน บ้านดุหุน จังหวัดตรัง
๔. วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณี จังหวัดพัทลุง
๕. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มบูดูข้าวยำสำเร็จรูป จังหวัดสงขลา
โดยแต่ละแห่งได้นำเอกลักษณ์ของชุมชนมาออกแบบผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่น เช่น ผ้าบาติกจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปันหยาบาติกที่นำนำเอารูปทรงสวยงามของหินของเกาะหินงาม มาออกแบบเป็นให้เป็นลวดลายกราฟฟิคเพื่อเพ้นท์และเขียนบาติก หรือให้ เชฟจากัวร์ ธีรพงษ์ วิชัยดิษฐ์ จากรายการเชฟกระทะเหล็ก มาคิดค้นเมนูใหม่จากน้ำบูดูเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นและขยายกลุ่มลูกค้า โดยกรมจะส่งเสริมให้หมู่บ้านทำมาค้าขายแข็งแกร่งและพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนและจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ๆให้กับประชาชนทั่วไปอีกด้วย

