สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 16 ส.ค. 65 เวลา 7.00 น.

+ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

+ ปริมาณฝน 24 ชั่วโมง สูงสุดที่ จ.จันทบุรี (160) กรุงเทพมหานคร (144) และ จ.อุทัยธานี (138)

+ แม่น้ำสายหลัก น้ำน้อยถึงปกติ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนแม่น้ำโขง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

+ ปริมาณน้ำ แหล่งน้ำทุกขนาด 48,965 ล้าน ลบ.ม. (60%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 42,657 ล้าน ลบ.ม. (60%) เฝ้าระวังน้ำต่ำกว่าเกณฑ์บริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำ จำนวน 1 แห่ง บริเวณภาคเหนือ เฝ้าระวังน้ำสูงกว่าเกณฑ์บริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำ จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ แม่งัด กิ่วคอหมา กิ่วลม ป่าสักฯ อุบลรัตน์ น้ำพุง หนองปลาไหล บางพระ และบึงบระเพ็ด

+ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงบริเวณริมแม่น้ำโขง ตั้งแต่ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นประมาณ 1.0 – 2.0 ม. อย่างฉับพลัน ในช่วงวันที่ 14 – 18 ส.ค. 65 เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก – ดินถล่ม บริเวณ จ.เชียงราย แม่ฮ่องสอน และน่าน

+ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ห่วงสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสัก – เจ้าพระยา เร่ง 13 มาตรการรับมือพร้อมช่วยเหลือประชาชน

วันที่15 ส.ค. 65 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ การเตรียมการรับมือ และให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

 สทนช. กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และจังหวัดสระบุรี ดำเนินการตามแผนรับมือฤดูฝนทั้ง 13 มาตรการอย่างเคร่งครัด และดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม ปี 2565 ที่ กนช.ได้เห็นชอบ

 กรมโยธาธิการและผังเมือง พิจารณาก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก เพื่อลดผลกระทบจากการพังทลายของตลิ่งในช่วงน้ำหลาก

 สทนช. ปภ. ทหาร ตำรวจ และจังหวัดสระบุรี สร้างการรับรู้และเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด

 สทนช. และกรมชลประทาน พิจารณาเร่งรัดการซ่อมแซมคันดิน 23 ขวาคลองชัยนาท-ป่าสัก พร้อมวางแผนปรับปรุงให้มั่นคง