กรมอนามัย-บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด จับมือ หนุนงานวิจัยด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขและห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมพัฒนาขีดความสามารถด้านการทดสอบและวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการและงานวิจัยด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

วันที่ (4 มีนาคม 2562) แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมอนามัยกับบริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ณ บริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ว่า กรมอนามัยและบริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัดได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อผลักดันกระบวนการพัฒนาขีดความสามารถด้านการทดสอบ   และวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ รวมถึงการวิจัย ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนางานวิชาการด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้ทันต่อยุคของกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกและก้าวสู่ THAILAND 4.0 พันธกิจที่สำคัญของกรมอนามัยด้านหนึ่ง คือ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ เครื่องมือ มาตรฐานให้เกิดประโยชน์กับประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะงานเฝ้าระวังสถานการณ์ในงานโครงการสำคัญต่างๆ  ของประเทศ เช่น งานด้านสุขาภิบาลอาหาร การจัดการน้ำบริโภค การวิเคราะห์การปนเปื้อนของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ในน้ำและอาหาร การส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการ การลดผลกระทบด้านมลพิษที่มีต่อสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ Climate change การจัดการน้ำเสีย นับเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญที่ทำให้ทราบถึงสถานการณ์ภาพรวมของประเทศ ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าว จะนำมาใช้ในการปรับแผนงานในการพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น

“ทั้งนี้ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นหน่วยงานระดับประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง รวมไปถึงการตรวจตัวอย่างที่วิเคราะห์ได้ยาก ต้องใช้เครื่องมือที่ทันสมัย และมีข้อจำกัดของห้องปฏิบัติการที่จะตรวจวิเคราะห์ได้ เช่น สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ในน้ำบริโภค ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะช่วยเผยข้อมูลที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เพื่อสร้างความรอบรู้ในการป้องกันอันตรายจากสภาพแวดล้อม รวมไปถึงการพัฒนาด้านการวิจัยและผลิตผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามความเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพประชาชนคนไทยทุกคน ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม  และมีความครอบคลุมเหมาะสมกับบริบทของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นเวทีของการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ การบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จของการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพงาน” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

*********************************************