ดุสิตธานีเผยผลประกอบการปี 2561

กรุงเทพฯ 26 กุมภาพันธ์ 2562 : ดุสิตธานีเผยผลประกอบการประจำปี 2561 รายได้รวม 5,565 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 290 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 267 ล้านบาท คิดเป็น 8.6% แม้ว่าจะขาดรายได้จากโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส โคราช และยังมีรายจ่ายพิเศษจากการเตรียมปิดปรับปรุงโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ในช่วงต้นปี 2562  สะท้อนให้เห็นถึงผลสำเร็จที่น่าพอใจของการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ธุรกิจ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัทดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC เปิดเผยว่า ผลประกอบการของกลุ่มดุสิตธานีในปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นที่น่าพอใจ โดยบริษัทฯ ยังมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการขาดรายได้ของโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส โคราชที่ถูกขายออกไปในปี 2560 และยังมีรายจ่ายพิเศษที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายเงินตอบแทนพิเศษให้แก่พนักงานโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เนื่องจากการปิดปรับปรุงโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ดุสิตธานีมีกำไรเพิ่มขึ้นนั้น มีปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ธุรกิจทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย การขยายการเติบโต การกระจายความเสี่ยง และสร้างสมดุล เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับกลุ่มดุสิตธานีในระยะยาว

“จะเห็นว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมา ดุสิตธานีแสวงหาโอกาสในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายการเติบโต พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยง ทำให้ธุรกิจของเรามีความหลากหลาย โดยแกนหลักยังคงเป็นธุรกิจโรงแรมที่ครอบคลุมทั้งแบรนด์ดุสิตธานี ดุสิตดีทู ดุสิตปริ๊นเซส และดุสิตเดวารณา แต่เราขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างยิ่งขึ้นด้วยการสร้างโรงแรมแบรนด์อาศัย ที่จับกลุ่มมิลเลนเนียมเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเชิงท้องถิ่น เข้าถึงชุมชนอย่างใกล้ชิด โดยยังคงได้รับความสะดวกสบายและการบริการในระดับมาตรฐาน พร้อมๆ กันนั้น เรายังต่อยอดไปสู่ตลาดลักชัวรี่ โดยเข้าลงทุนในกิจการแบรนด์ ‘อีลิธ เฮเวนส์’ ผู้นำในธุรกิจบริหารและให้เช่าวิลล่าหรูในเอเชีย เพื่อรุกเข้าสู่ธุรกิจการบริหารจัดการและให้เช่าวิลล่าระดับหรูแบบครบวงจร ครอบคลุมประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งอินโดนีเซีย ศรีลังกา มัลดีฟส์ ญี่ปุ่น และประเทศไทย ทั้งหมดทำให้ภาพของธุรกิจบริการด้านโรงแรมและที่พักของดุสิตธานีครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้กว้างขึ้นและชัดเจนขึ้น” นางศุภจีกล่าว

ขณะเดียวกัน ดุสิตธานียังขยายไปสู่การลงทุนในธุรกิจอาหารอย่างจริงจัง เพราะการให้บริการด้านอาหารเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของกลุ่ม โดยเป็นการดำเนินการผ่านบริษัทดุสิต ฟู้ดส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของดุสิตธานี ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าลงทุนในบริษัท เอ็นอาร์ เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โพรดิวซ์ จำกัด หรือ NRIP ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน เครื่องปรุงรส ซอส เครื่องดื่มและน้ำผลไม้ และล่าสุดได้เข้าลงทุนในบริษัท เอ็บเพอคิวร์ เคเทอริ่ง จำกัด (ECC) ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มโรงเรียนนานาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจอาหารและธุรกิจเคเทอริ่ง รวมถึงการจัดตั้งบริษัท ดุสิต กูร์เมต์ ในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อต่อยอดการทำการตลาดผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้แบรนด์ของดุสิตธานีด้วย

****************************************************