+ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล
+ ปริมาณฝนตกใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี (179 มม.) จ.นครศรีธรรมราช (173 มม.) จ.ชุมพร (135 มม.)
+ ปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด 39,180 ล้าน ลบ.ม. (68%) ขนาดใหญ่ 31,609 ล้าน ลบ.ม. (66%) เฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง (เขื่อนแม่กวงฯ แม่งัด ภูมิพล แม่จาง และ สิริกิติ์)
+ คุณภาพน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร ณ จุดเฝ้าระวัง ในแม่น้ำสายหลัก แม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง บางปะกง ค่าความเค็ม และออกซิเจนละลายน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
+ กอนช. โดย ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่ภาคใต้ ติดตามการบริหารจัดการน้ำ และสถานการณ์น้ำในช่วง 1-2 วันนี้ พร้อมทั้งติดตามเฝ้าระวังน้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่คาดว่าจะมีฝนตกหนัก พบว่า บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีสถานการณ์น้ำหลากในพื้นที่หลายจังหวัด ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และพัทลุง ขณะที่ปัจจุบันสถานการณ์ จ.พัทลุง คลี่คลายลงแล้ว โดยหน่วยงานดำเนินการ ดังนี้
กรมชลประทาน ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเพชรลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในอัตรา 150-180 ลบ.ม./วินาที พร้อมกับใช้ระบบชลประทานในการระบายน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ทั้ง 4 สาย โดยรับน้ำเข้าคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำ D.9 รวมในอัตรา 100-150 ลบ.ม./วินาที ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักน้ำในพื้นที่ จ.เพชรบุรี เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่และผลักดันน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบของประชาชนที่อาศัยบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเพชรบุรีให้ได้มากที่สุด พร้อมจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และอื่นๆ ประจำไว้ในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ เร่งดำเนินการจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ พร้อมประสานหน่วยงานในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุของแต่ละจังหวัด
ทั้งนี้ กอนช. เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง เร่งแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

