นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังมอบโอวาทแก่ผู้เข้าร่วม “โครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 39” ในโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การเตรียมความพร้อมให้แก่เยาวชนเกษตร รุ่นที่ 39” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 22 พฤศจิกายน 2564 ณ ศูนย์ส่งเสริมเยาวชนเกษตรอาเซียน จังหวัดกาญจนบุรี ว่า โครงการดังกล่าว เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาแลกเปลี่ยนทางการเกษตรแห่งประเทศญี่ปุ่น (The Japan Agricultural Exchange Council: JAEC) ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2526 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนเกษตรไทย ให้มีโอกาสในการพัฒนาความรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์ในการทำเกษตรโดยเรียนรู้จากการฝึกงานในฟาร์มกับครอบครัวเกษตรกรในประเทศญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 11 เดือน สำหรับในปีนี้ มีผู้นำเยาวชนเกษตรไทยเข้าร่วมโครงการ จำนวน 12 คน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักการเกษตรต่างประเทศได้จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้นำเยาวชนเกษตรไทยที่กำลังจะเดินทางไปฝึกงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 22 พฤศจิกายน นี้
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ป่าไม้ และประมง ประเทศญี่ปุ่น สภาแลกเปลี่ยนทางการเกษตร ประเทศญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ศูนย์ส่งเสริมเยาวชนเกษตรอาเซียน จังหวัดกาญจนบุรี และผู้ปกครองของผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในญี่ปุ่น ที่ร่วมกันดำเนินโครงการฯ จนสามารถนำเหล่าผู้นำเยาวชนเกษตรไทย รุ่นที่ 39 จำนวน 12 คน ไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างราบรื่น
ซึ่งประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิทยาการด้านต่าง ๆ ไม่เป็นรองชาติใด ในขณะที่ภาคการเกษตร ถึงแม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคจากภัยธรรมชาติ และการลดลงของจำนวนเกษตรกร อันเนื่องจากคนวัยหนุ่มสาวไม่นิยมอาชีพเกษตรกรรม แต่ภาคการเกษตรของญี่ปุ่น ก็ยังสามารถผลิตอาหารที่มีคุณภาพตามที่ผู้บริโภคต้องการได้ ทำให้อาชีพเกษตรกร เป็นอาชีพที่ทำรายได้สูงไม่แพ้อาชีพอื่น ซึ่งสามารถเป็นต้นแบบในการพัฒนาการเกษตร ของประเทศไทยได้เช่นกัน ดังนั้น ขอให้ผู้นำเยาวชนเกษตรไทย รุ่นที่ 39 ทุกคน มุ่งมั่นศึกษาหาความรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์กลับมาให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีในการทำการเกษตร นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ รวมทั้งการวางแผนในการทำการเกษตรและบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตร
และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการทำการเกษตรในบ้านเราได้อย่างไร รวมทั้งการใช้ชีวิตในครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่นนั้น ขอให้ทุกคนมุมานะ และอดทนต่อการทำงาน อย่าย่อท้อต่ออุปสรรค ขอให้คิดว่า การที่เราได้มีโอกาสไปฝึกงานที่ญี่ปุ่นนั้น เราเป็นผู้แทนของประเทศไทย ต้องแสดงให้ชาวญี่ปุ่นเห็นว่าเราเองก็มีความสามารถเช่นกัน และขอให้พยายามค้นคว้าหาความรู้ พัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาญี่ปุ่น รวมถึงเรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีของญี่ปุ่น ขอให้เคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบของแต่ละครอบครัวอย่างเคร่งครัด สุดท้ายนี้ เมื่อท่านกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว ท่านจะได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้กลับมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชนและรวมเป็นกำลังหลักในฐานะเกษตรกรรุ่นใหม่ที่จะผนึกกำลังกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยต่อไป” นายระพีภัทร์ กล่าว