+ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็น และภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง
+ ปริมาณฝนตกใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณ จ.สตูล (146 มม.) จ.นครศรีธรรมราช (134 มม.) และจ.ยะลา (133 มม.)
+ ปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด 39,164 ล้าน ลบ.ม. (68%) ขนาดใหญ่ 31,580 ล้าน ลบ.ม. (66%) เฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง (เขื่อนแม่กวงฯ แม่งัด ภูมิพล แม่จาง และสิริกิติ์)
+ คุณภาพน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร ณ จุดเฝ้าระวัง ในแม่น้ำสายหลัก แม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง บางปะกง ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สำหรับปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ แม่น้ำท่าจีน มีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
+ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัย
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ ติดตามสถานการณ์อุทกภัย การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และกล่าวมอบนโยบายหน่วยงานภาครัฐ ณ ศาลากลางจังหวัดชุมพร ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ต.นาโพธิ์ อ.สวี จากนั้นจึงเดินทางไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี ต.หนองไทร อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นประธานเปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่ภาคใต้
ขณะนี้ภาคใต้ของประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ทำให้มีสถานการณ์ฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่หลายจังหวัด ซึ่ง จ.ชุมพร ประสบกับสถานการณ์อุทกภัย บริเวณ อ.หลังสวน อ.สวี อ.ท่าแซะ อ.ทุ่งตะโก และอ.เมือง โดยรัฐบาลมีความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัย จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดบูรณาการความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือ ซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของผู้ประสบภัย รวมทั้งเร่งสำรวจความเสียหาย ฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบตามเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ความสำคัญในการสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำและการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย