ชป.วางแผนการระบายน้ำออกจากทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา คาดระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง

เช้าวันที่29 ตุลาคม 2564  ที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 2/2564 โดยมี นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมฯ ผ่านระบบ Video Conference

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการของอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และติดตามรายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำปัจจุบัน การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่สำคัญ การติดตามแนวทางเตรียมการและความพร้อมการรับมือฤดูฝนของพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2564 และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน และการพิจารณาแผนการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2564/2565

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้กำหนดแผนการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา 11 ทุ่ง ที่กรมชลประทานได้ใช้เป็นพื้นที่รับน้ำนอง ช่วยตัดยอดปริมาณน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งใช้ระบบชลประทานในการบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อน ประตูระบายน้ำ แก้มลิง ฝาย คลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำต่างๆในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในการหน่วงน้ำ จัดจราจรน้ำ และเร่งระบายน้ำ เพื่อลดผลกระทบอุทกภัยในพื้นที่ตอนล่างอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมระดมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด คาดการณ์ว่านับแต่นี้ไประดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และจะเห็นผลชัดเจนภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้ จะคงเหลือปริมาณน้ำส่วนหนึ่งไว้ในทุ่งสำหรับให้เกษตรกรได้ทำการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งต่อไป

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรฯ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยเตรียมทั้งในเรื่องบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลต่างๆ พร้อมตรวจสอบระบบชลประทานให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำและพร้อมใช้งานในการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน รวมไปถึงการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันต่อสถานการณ์ พร้อมเยียวยาและบรรเทาภัยให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย โดยขอให้ทุกหน่วยงาน จะต้องมีการสร้างการรับรู้เรื่องสถานการณ์น้ำอย่างเข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์น้ำในด้านต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที