นายกรัฐมนตรีห่วงใยพี่น้องประชาชน ส่งกำลังใจให้กรมฝนหลวงฯ ปฏิบัติภารกิจสลายฝุ่นให้สำเร็จ!!

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้กำลังใจกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขอให้ทีมงานทุกคนระดมสรรพกำลังเร่งช่วงชิงสภาพอากาศขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงสลายฝุ่นละอองทันที เพื่อบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองที่ปกคลุมเมืองหลวงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้

วันที่ 30 มกราคม 2562 เวลา 12.00 น. นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า จากสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทางพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ประสานมายังกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเพื่อให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกคน และขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงฯ ทุกท่านช่วยกันระดมสรรพกำลังเร่งปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่องทันทีหากสภาพอากาศเอื้ออำนวย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤติฝุ่นละอองในครั้งนี้โดยเร็ว

นายสุรสีห์ เปิดเผยว่า จากผลการติดตามสภาพอากาศของสถานีเรดาร์ฝนหลวงสัตหีบเมื่อช่วงเวลา 08.00 น. พบว่าวันนี้มีค่าเฉลี่ยความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับเกิดเมฆค่อนข้างดี (80%) ค่าความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเช่นกัน (73%) โดยแม้ว่าค่าดัชนีการยกตัวของอากาศจะยังเป็นค่าบวก (0.3) ซึ่งอาจจะไม่เอื้อต่อการเกิดเมฆ แต่คาดการณ์ว่าความร้อนจากแสงอาทิตย์จะช่วยให้ค่าการยกตัวของเมฆเริ่มดีขึ้นได้ในช่วงสาย ซึ่งจะทำให้มีสภาพที่เหมาะต่อการขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงมากขึ้น ดังนั้น วันนี้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยองจึงได้ตัดสินใจขึ้นปฏิบัติการในเวลา 11.00 น. สำหรับขั้นตอนที่ 1 (ก่อเมฆ) โดยได้วางแนวแกนปฏิบัติการทางทิศใต้ของ อ.บางปะกง ไปถึงบริเวณ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา หวังผลให้เมฆก่อตัวและลอยเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก และปริมณฑลบริเวณจังหวัดสมุทรปราการ

ด้านหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดนครสวรรค์ จากการติดตามสภาพอากาศของสถานีเรดาร์ฝนหลวงตาคลี พบว่าวันนี้มีค่าเฉลี่ยความชื้นสัมพัทธ์ยังค่อนข้างน้อยมาก รวมทั้งค่าดัชนีการยกตัวของอากาศที่ไม่เอื้อต่อการเกิดเมฆ (7.7) ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ที่จะสามารถปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อสลายฝุ่นละอองในอากาศบริเวณจังหวัดสระบุรี พระนครศรีอยุธยา และแถบนครสวรรค์ได้ จึงตัดสินใจไม่ขึ้นปฏิบัติการแต่จะยังคงติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ได้ประสานไปที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้นำเครื่องบิน Super King Air ที่กำลังใช้ในงานวิจัยสภาพอากาศใต้ฐานเมฆที่มีอิทธิพลต่อการเกิดฝนอยู่ในขณะนี้ มาช่วยตรวจวัดสภาพอากาศบริเวณจังหวัดราชบุรี นครปฐม และพื้นที่ใกล้เคียง หากสภาพอากาศเอื้อต่อการขึ้นบินทำฝนจะนำเครื่องขึ้นปฏิบัติการฝนเมฆเย็นตามตำราฝนหลวงพระราชทานทันที พร้อมกันนี้กรมฝนหลวงฯ ยังได้รับความอนุเคราะห์จากสนามบินราชบุรี ของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม วิทยาเขตราชบุรี ที่ให้การสนับสนุนพื้นที่จอดเครื่องสำหรับลำเลียงสารฝนหลวงขึ้นอากาศยาน เพื่อให้การทำฝนบริเวณพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียงสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและทันท่วงที รวมทั้งยังได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัครฝนหลวง จ.ราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงมาช่วยเป็นจิตอาสาลำเลียงสารฝนหลวงขึ้นอากาศยาน เพื่อสนับสนุนภารกิจปฏิบัติการฝนหลวงสลายวิกฤติค่าฝุ่นละอองในอากาศ PM2.5 ที่เกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงฯ จะยังคงติดตามสภาพอากาศและวางแผนการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในความพร้อมของกรมฝนหลวงฯ ที่จะช่วยบรรเทาปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ โดยท่านสามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์/เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

**************************

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร