กรมควบคุมโรค รณรงค์วันตรวจเอชไอวี ภายใต้แนวคิด “Test to move forward : ตรวจเร็ว เพื่อก้าวต่อ”

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์วันตรวจเอชไอวี ปี 2564 ภายใต้แนวคิด “Test to move forward : ตรวจเร็ว เพื่อก้าวต่อ” พร้อมเชิญชวนผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง เข้ารับการตรวจหาเชื้อเอชไอวี โดยคนไทยสามารถเข้ารับการตรวจได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง เพื่อทราบสถานะการติดเชื้อของตนโดยเร็ว ป้องกันการส่งต่อเชื้อและรักษาด้วยยาต้านไวรัสโดยเร็ว และขอเชิญ หน่วยงาน องค์กรทุกภาคส่วน ร่วมกันรณรงค์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม สามารถติดตามเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ผ่านทาง Facebook Fanpage กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค

วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า 1 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันรณรงค์ตรวจเอชไอวี ซึ่งกรมควบคุมโรคมีความมุ่งมั่นที่จะยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ

1.ลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ปีละไม่เกิน 1,000 ราย

2.ลดการเสียชีวิตจากโรคเอดส์ให้น้อยกว่า 4,000 ราย

3.ลดการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีและเพศสภาวะ ลงจากเดิมร้อยละ 90

จากสถานการณ์การติดเชื้อในประเทศไทยในปี 2563 พบว่า มีผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีที่รู้สถานะการติดเชื้อของตนเอง จำนวน 472,445 คน* และยังมีผู้ติดเชื้อบางส่วนที่ยังไม่ทราบสถานะการติดเชื้อของตนเอง เนื่องจากผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะแรก ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่สามารถถ่ายทอดเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้จากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ผ่านทางเลือดและจากแม่สู่ลูก ปัจจุบันเทคโนโลยีการตรวจหาเชื้อมีความก้าวหน้ามากขึ้น สามารถรู้ผลได้ภายในวันเดียว (same day result) แต่กลุ่มเป้าหมายหลัก อาทิ ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย ผู้หญิงข้ามเพศ ผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด ผู้ต้องขัง และพนักงานบริการ เป็นต้น ยังเข้าถึงยากและไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ

สำหรับวันรณรงค์ตรวจเอชไอวีในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Test to move forward : ตรวจเร็ว เพื่อก้าวต่อ” เพื่อสร้างความตระหนักว่าการตรวจหาเชื้อเอชไอวีเป็นเรื่องสำคัญ ตรวจเร็ว เพื่อให้รู้สถานะของตนเอง ลดการถ่ายทอดเชื้อไปยังคู่ ซึ่งการตรวจหาเชื้อเอชไอวีควรตรวจหลังจากมีพฤติกรรมเสี่ยง 1 เดือน เพื่อให้ผลการตรวจแม่นยำ รู้ผลเร็วได้ในวันเดียว ซึ่งเป็นความสมัครใจหลังจากให้ข้อมูลและได้รับคำปรึกษา โดยการตรวจและผลจะถูกเก็บเป็นความลับ

นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีติดเชื้อเอชไอวี ผลเป็นบวก จะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยยาต้านไวรัสโดยเร็วอย่างต่อเนื่อง เพื่อกดปริมาณเชื้อไวรัสในกระแสเลือดจนตรวจไม่เจอ (Underdetectable) ซึ่งหากอยู่ในภาวะดังกล่าวจะไม่ถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีผ่านทางเพศสัมพันธ์ หรือ Untransmittable ช่วยลดโอกาสถ่ายทอดเชื้อไปสู่คู่ และสามารถวางแผนการตั้งครรภ์แบบธรรมชาติได้ จึงต้องเร่งส่งเสริมให้กับผู้ที่ติดเชื้อเข้ารับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสให้เร็วขึ้น โดยสามารถเข้ารับการรักษาฟรีได้ในระบบสิทธิประกันสุขภาพ (บัตรทอง) กรณีผลเป็นลบ ไม่ติดเชื้อเอชไอวีจะได้รับบริการให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และทางเลือกอื่น เช่น การใช้ยาป้องกันก่อนและหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (Pre – Exposure Phophylaxis หรือ PrEP และ Post – Exposure Phophylaxis หรือ PEP) เป็นต้น

ทั้งนี้ คนไทยทุกคนที่มีบัตรประชาชน สามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อเอชไอวีได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง และเนื่องในวันรณรงค์การตรวจเอชไอวี 1 กรกฎาคม 2564 นี้ ขอเชิญชวนหน่วยงาน และองค์กรทุกภาคส่วน ตลอดจนสื่อมวลชนทุกท่าน ร่วมกันรณรงค์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเดือน ขอเชิญติดตามและร่วมกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ ผ่านทาง Facebook Fanpage กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค และ Safe SEX Story เล่าเรื่องเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค โทร. 0 2590 3291

*************************
ข้อมูลจาก : กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 1 กรกฎาคม 2564

*ข้อมูลจากระบบสารสนเทศการให้บริการผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์แห่งชาติ หรือ National AIDS Program; NAP