สมุนไพรน่ารู้ อภัยภูเบศร : มะนาว แก้ไอ แก้หวัด ลดไขมัน ป้องกันมะเร็ง

ในตำรายาไทย กล่าวไว้ว่า มะนาว หรือน้ำมะนาว มีรสเปรี้ยว ใช้กินเพื่อลดอาการไอ  ขับเสมหะ รสเปรี้ยวกระตุ้นให้มีการสร้างน้ำลายทำให้ชุ่มคอ  จึงช่วยลดอาการไอได้ (เหมือนที่เราเรียกกันว่า น้ำลายสอ) ช่วยกัดเสมหะ ใช้เป็นน้ำกระสายยาผสมยากวาดคอเด็กแก้ไข้หวัด  นิยมใช้น้ำมะนาวละลายกับเกลือและน้ำตาลทรายแดง จิบเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ กินเป็นยาฟอกเลือด แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ซาง บำรุงเสียง ขับระดู แก้เล็บขบ แก้ขาลาย ฆ่าพยาธิในท้อง รักษาผม ขับลม รักษาลมพิษ แก้ริดสีดวง แก้ระดูขาว แก้พิษยางน่อง เป็นยาบำรุง แก้น้ำกัดเท้า แก้สิวฝ้า ใส่แผลสดห้ามเลือด ป้องกันการเป็นหวัด และช่วยระบาย

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ชโลมหลังจากสระผมด้วยแชมพู ทำให้ผมดำสลวยเป็นเงางามแล้ว หากผ่าซีก ถูใบหน้า ลำคอเบาๆทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกทำให้ใบหน้าอ่อนนุ่ม สดใส และป้องกันสิว ผลสดคั้นเอาน้ำทาบริเวณถูกแมงป่องต่อยหรือตะขาบกัดจะลดอาการอักเสบของแผล

ผิวมะนาว ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด แก้ลมวิงเวียน เป็นยาขับเสมหะ แก้เบื่ออาหาร  ทาแก้ผิวแห้งตกสะเก็ด แก้สิวฝ้า แก้ส้นเท้าแตก แก้ไอ รักษาแผลจากแมลงมีพิษ  น้ำมันระเหยง่ายจากผิวผลมะนาว ใช้แต่งกลิ่น เป็นยาขับลมในกระเพาะอาหาร เป็นยากระตุ้น ผิวผลสดใช้ขยี้สูดดม ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เป็นลม ผลดองเกลือ จนเป็นสีน้ำตาล ใช้เป็นยาขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ

การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่า มีสารสำคัญหลายตัวในมะนาวที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพได้ เช่น

สารดี-ลิโมนิน (d-limonin) เป็นสารที่ทำให้เกิดความขมในน้ำมะนาว น้ำมันผิวมะนาว (lime oil) พบมากบริเวณผิวเปลือกมะนาว มีสารดี-ลิโมนิน เป็นองค์ประกอบหลักเกินกว่าร้อยละ 90 พบว่าน้ำมันผิวมะนาว มีคุณสมบัติป้องกันและรักษามะเร็งหลายชนิด

ชาวตะวันตกทั่วไปมักดื่มน้ำส้ม หรือน้ำจากผลพืชตระกูลส้ม เช่น ส้มโอ หรือมะนาว ประกอบกับอาหารเช้า น้ำผลไม้เหล่านี้มีวิตามินซี และมีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ประกอบด้วยสาร “เฮสเพอริดิน” (hesperidin) “รูทิน”(rutin) และ “นาริงจิน”(naringin) และ ลิโมนิน เป็นฟลาโวนอยด์หลักของพืชตระกูลส้ม การรับสารฟลาโวนอยด์จากส้มทำได้โดยกิน พืช ผลไม้ตระกูลส้ม ส้มโอ บีบมะนาวใส่เครื่องดื่ม และดื่มน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสด ถ้ากินผิวมะนาว ผิวส้ม หรือเครื่องดื่มผิวมะนาวและส้มจะได้ฟลาโวนอยด์ส้มในปริมาณที่มากขึ้น การศึกษาทางคลินิกปี พ.ศ.2505 พบว่านักกีฬายูโด ฟุตบอล บาสเก็ตบอล และกรีฑาที่ได้รับสารฟลาโวนอยด์ส้มติดต่อกันมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อน้อยกว่า ถ้าบาดเจ็บก็ฟื้นตัวได้เร็วกว่า 2 เท่า

ลดคอเลสเตอรอลในเลือด

การแพทย์แผนจีนใช้มะนาวแห้งเป็นตัวยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด   งานวิจัยพบว่า นาริงจิน และเฮสเพอริดิน ในพืชตระกูลส้มกระตุ้นการทำงานของยีนที่มีผลต่อการลดไขมัน และกระบวนการอักเสบ

อิตาลี การศึกษาสัตว์ทดลองในหนู พบว่าเมื่อให้สารเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์หลักจากเปลือกในพืชตระกูลส้มกับหนูไขมันสูง มีผลเพิ่มไขมันที่ดี (เอชดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดไขมันไม่ดี (แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดปริมาณไขมันรวมและไตรกลีเซอไรด์ ในหนูดังกล่าว และมีผลลดความดันเลือดและขับปัสสาวะในหนูความดันสูง

สหรัฐอเมริกา งานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า เฮสเพอริดิน และ กลุ่มโพลีเมททอกซิเลตฟลาโวน (PMFs) มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในพลาสม่าของสัตว์ทดลอง ซึ่งสนับสนุนผลของงานวิจัยในหนูถีบจักรของแคนาดา

นอกจากนี้ สารทั้งสองยังมีฤทธิ์เอสโทรเจนอย่างอ่อน มีผลต่อการสร้างไนตริกออกไซด์ในเซลล์ผนังหลอดเลือดผ่านการกระตุ้นรีเซปเตอร์ของเอสโทรเจน จึงมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นเหตุให้สนับสนุนการกินมะนาว และ ฟลาโวนอยด์ส้มเพื่อลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหญิงวัยทอง

กระตุ้นภูมิคุ้มกันและต้านมะเร็ง

มีการศึกษา ในประเทศอิหร่าน พบว่าน้ำมะนาวเข้มข้น (concentrated lime juice, CLJ) มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์โมโนนิวเคลียร์ในระบบภูมิคุ้มกัน และโปรตีนในน้ำมะนาวเข้มข้นมีฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง

การศึกษาในห้องทดลองในมลรัฐเท็กซัสและแคลิฟอเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นพอประมาณ แต่ต่ำกว่าฟลาโวนอยด์ในพืชตระกูล “ขิง”

มีบทความทางการแพทย์กล่าวว่า ฟลาโวนอยด์ส้มยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด ช่องปาก กระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านมจากการทดลองในห้องปฏิบัติการและในสัตว์ทดลองหลายชนิด แต่ยังไม่พบผลการศึกษาทางคลินิก ดังนั้นการรับประทานพืชตระกูลส้ม หรือมะนาว โดยเฉพาะจากส่วนของผิวจะช่วยให้ได้รับสารสำคัญดีที่สุดและมีแนวโน้มที่ดีในการต้านมะเร็งได้

ที่สำคัญเพื่อประโยชน์สุขภาพ ควรเลือกมะนาวที่ปลอดสารเคมี หรือปลูกต้นมะนาวไว้ใช้เอง จะรับประทานได้อย่างปลอดภัย และใช้ยาอย่างเหมาะสมเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของเรา

วิธีการใช้

  1. ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง ท้องอืด : เปลือก ผิว ของผลสด มะนาว ประมาณครึ่งผล คลึงหรือทุบเล็กน้อยพอให้น้ำมันออก ชงกับน้ำร้อน ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10 นาที ดื่มเวลามีอาการหรือหลังอาหาร 3 เวลา
  2. แก้ไอ ขับเสมหะ : ใช้ผลสดคั้นน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ ละลายกับเกลือ ¼ ช้อนชา หรือ น้ำตาลทรายแดง 1-2 ช้อนชา หรือ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ แล้วจิบบ่อยๆ
  3. ผลัดเซลล์ผิว ลดรอยด่างดำ : ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ ทาผิว ใบหน้า หรือบริเวณที่มีรอยด่างดำ ทิ้งไว้สักครู่ ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง ทำสัปดาห์ละครั้ง ผิวหน้าจะดูกระจ่างใสขึ้น ไม่ควรทิ้งไว้นานและเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัดโดยตรงหลังผลัดเซลล์ผิว
  4. แก้กลาก เกลื้อน หิว : น้ำมะนาวผสมผงกำมะถัน ใช้ทาบริเวณที่เป็นก่อนนอน ทิ้งไว้ให้แห้ง ล้างน้ำสบู่แล้วเช็ดให้แห้ง ผู้ที่มีอาการแพ้ส่วนประกอบดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงการใช้ ป้องกันการระคายเคือง
  5. มะนาวดองน้ำผึ้ง : ใช้ผลมะนาวสด 32 ลูก ผ่าครึ่ง ใส่โหลแก้ว เทน้ำผึ้งแท้ให้ท่วม ปิดฝาเก็บไว้ 3 เดือน จากนั้นนำมาใช้รับประทานเป็นยา หรือเครื่องดื่มบำรุงร่างกายได้วันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำ

คำแนะนำเพิ่มเติม

เนื่องจากน้ำมะนาวมีความเป็นกรดสูง และการดื่มน้ำมะนาวติดต่อกันนานๆอาจทำให้เกิดความสึกหรอของฟันได้ แนะนำให้ใช้หลอดดูดน้ำแทนการยกดื่มจะช่วยลดการระคายเคืองได้ส่วนหนึ่ง

ช่องทางปรึกษาสุขภาพกับอภัยภูเบศร

Facebook : สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร

คลินิกออนไลน์ : @abhthaimed

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.doctor.or.th/article/detail/5777

http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=105