ด่วน! สอบใบขับขี่ต้องทำอะไรบ้าง?

สำหรับผู้ที่สอบใบขับขี่รถยนต์สิ่งที่ต้องเตรียมการสอบมีอยู่ 3 ส่วนหลักใหญ่ๆ คือ ภาคทฤษฎีข้อสอบปรนัย สอบสมรรถนะร่างกาย และสอบภาคปฏิบัติสอบการขับรถว่าคุณควรได้รับใบขับขี่แล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ต้องเตรียมด้านเอกสารการสมัครสอบใบขับขี่ให้พร้อม เพราะไม่เช่นนั้นแล้วต้องเสียเวลาต่อคิวยื่นเอกสารใหม่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าที่กรมการขนส่งคนจะเยอะและค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร

     สิ่งที่ต้องเตรียมเอกสารยื่นให้เจ้าหน้าที่

– บัตรประชาชนตัวจริง

– สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด

– ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)

ขอย้ำเตือนว่าการไปยื่นสอบใบขับขี่ต้องไปเตรียมตัวรอเข้าคิวแต่เช้าตรู่ก่อน เวลาขนส่งเปิด เพื่อขอรับบัตรคิว เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกได้จำกัดผู้ที่มาสมัครสอบใบขับขี่ในแต่ละวัน และหากคุณได้รับบัตรคิวแล้ว ก็เตรียมตัวยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ได้เลย หากเอกสารครบเสร็จสัพก็เตรียมตัวให้พร้อมโดยมีขั้นตอนดังนี้

 

วันที่ 1 ช่วงเช้า / ทดสอบปฏิกิริยา และตรวจสอบสายตา

ขั้นตอนที่ 1 เพื่อไม่ให้เสียเวลาผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติได้รับใบอนุญาตขับขี่ กรมการขนส่งทางบกจึงคัดกรองคุณสมบัติผู้ที่ไม่ได้รับผ่านเกณฑ์แน่ๆออกมาก่อน ถึงแม้ว่าหากปล่อยไปผลสอบจะผ่านทุกอย่างก็ไม่ได้รับใบขับขี่ โดยมีทดสอบดังนี้

– ทดสอบตรวจตา (ดูตาบอดสี)

– ทดสอบสายตาทางลึก (วัดระยะห่างวัตถุ)

– ทดสอบสายตาทางกว้าง (มองซ้าย มองขวา)

– ทดสอบปฏิกิริยาทางเท้า (การเหยียบเบรค)

 

ขั้นตอนที่ 2 เข้าอบรมสร้างจิตสำนึกในการขับขี่รถยนต์ 5 ชั่วโมง โดยมีหัวข้ออบรมดังนี้

– ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรทางบก 30 นาที

– ความรู้เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย 30 นาที

– ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายหมายการขนส่งทางบก กฎหมาย แพ่ง อาญา 30 นาที

– ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ผู้ขับรถ และการบำรุงรักษารถ 30 นาที

– ความรู้เกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์ และมารยาทในการขับรถ 30 นาที

– ความรู้เกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับส่งเสริมสุขภาพพลานามัย 30 นาที

– หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขับรถ 30 นาที

– หัวใจของการบริการทางการขนส่ง 30 นาที

– การตรวจความพร้อมของรถก่อนและหลังการใช้งาน 30 นาที

– ความรู้เกี่ยวกับการขับรถรากจูง และการขับรถรากจูงอย่างปลอดภัย 30 นาที

สำหรับผู้ที่เข้ารับการอบรมควรเตรียมสมองและร่างกายให้พร้อม ไม่เช่นนั้นแล้วจะเข้ามาหลับมากกว่ามานั่งอบรมเพราะอย่าลืมว่าช่วงบ่ายต้อง มาทำข้อสอบและแนวข้อสอบคำตอบก็มีอยู่ในการอบรมด้วยนะ

 

วันที่ 1 ช่วงบ่าย / เตรียมทำข้อสอบ

สำหรับผู้ที่เตรียมเข้าห้องสอบ เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก จะมอบหนังสือรวมป้ายจราจร และกฎจราจรเบื้องต้นให้อ่าน ซึ่งในข้อสอบจะสุ่มป้ายจราจรแบบต่างๆว่าคือ สัญลักษณ์อะไร, ทำหน้าที่อะไร ตรงนี้ออกข้อสอบเยอะต้องอ่านดีๆอย่าสับสนเพราะสัญลักษณ์มีความคล้ายๆกัน รูปแบบข้อสอบเป็นปรนัยมีให้เลือก ข้อ ก- ง ผู้เข้าสอบต้องสอบให้ผ่าน คิดเป็น 90% ของข้อสอบทั้งหมด ซึ่งจากหลังทำข้อสอบเสร็จคอมพิวเตอร์จะแจ้งผลสอบให้ทราบทันที หากคุณสอบผ่านก็เตรียมตัวไปสอบภาคปฏิบัติขับรถได้เลย

 

วันที่ 2 ทดสอบการขับรถ

ถึงเวลาที่ผู้สอบใบขับขี่ทุกคนต่างรอคอย การสอบขับรถจะทำการสอบไม่น้อยกว่า 3 ท่า ใน 6 ท่าดังนี้

– สอบเดินหน้าและหยุดรถบนทางเท้า ขอบอกว่าท่านี้เหมือนจะไม่ยาก แต่หลายคนตกม้าตายตั้งแต่ด่านแรกนี้เลยเพราะฉะนั้นอย่าตื่นเต้นให้หมั่นซ้อม ท่านี้เยอะๆ และปรับกระจกมองข้างลงมาให้เห็นล้อหลังกับทางเท้าการสอบให้ด้านซ้ายของตัวรถจอดขนาน และห่างจากขอบทางไม่เกิน 25 ซม. ผู้สอบต้องจอดให้ล้อหน้าและหลังตรงเส้นสีที่กำหนด ส่วนหน้ารถต้องไม่เกินจุดหยุด 1 เมตร

– การเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง ให้ขับรถในช่องเดินรถที่ระยะ 12 เมตร เดินหน้า 1 ครั้ง และถอยหลัง 1 ครั้ง ขณะเดินหน้า-ถอยหลัง ต้องไม่ไปโดนสิ่งที่ตั้งไว้ทั้งด้าน ซ้าย-ขวา และที่สำคัญอย่าให้เครื่องยนต์ดับในขณะทดสอบอยู่ (ซึ่งมักเกิดกับรถเกียร์ธรรมดา)

– ขับรถถอยหลังเข้าจอด และออกจากช่องจอด ให้ขับรถถอยหลังเข้าจอดถอยเข้าจอดในพื้นที่ซึ่งเจ้าหน้าที่กำหนดไว้ให้ (ล้อรถอยู่ในเส้น) และรถของคุณ ต้องไม่ชนกับสิ่งกีดขวางเด็ดขาด โดยในขณะที่สอบ สามารถเปลี่ยนเกียร์เดินหน้า-ถอยหลังได้ไม่เกิน 7 ครั้ง ตัวรถต้องขนานกับขอบทาง

      เมื่อสอบผ่านเสร็จเรียบร้อยการเตรียมตัวแต่งหน้าตาให้ดูดีนิดนึง ชำระค่าธรรมเนียมทำใบขับขี่ ประมาณ 210 บาท และถ่ายรูปรอรับบัตรกลับเอาไปโชว์ที่บ้านได้เลย

                                                                ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com