วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.00 น.ที่ อาคารอุทยานนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จัดกิจกรรม Final Pitching โครงการ GPO Ignite Program รุ่นที่ 4 มุ่งขับเคลื่อนและเร่งรัดการพัฒนานวัตกรรมด้านยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ของไทย พร้อมยกระดับผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และนักวิจัยให้สามารถนำผลงานไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และใช้ประโยชน์ในระบบสาธารณสุขได้อย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล ประธานคณะทำงานฯ เป็นประธานเปิดการประชุม ภญ.ปาริชาติ แคล้วปลอดทุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ องค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงวัตถุประสงค์ และ ดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล คณะทำงานผู้ประเมินโครงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ กล่าวปิดการประชุม โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมพิจารณาคัดเลือกผลงานรอบ Final Pitching

ภญ.ปาริชาติ กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมได้ดำเนินโครงการ GPO Ignite Program มาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้เป็นกลไกขับเคลื่อน และเร่งรัดการพัฒนานวัตกรรมด้านยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ของประเทศไทย อีกทั้งเพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และนักวิจัยไทย ให้สามารถนำผลงานวิจัยไปต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และนำไปใช้ประโยชน์ในระบบสาธารณสุขของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับโครงการ GPO Ignite Program รุ่นที่ 4 ในปีนี้ ได้เน้นการเฟ้นหานวัตกรรมที่มีศักยภาพ ตอบโจทย์ความต้องการทางการแพทย์ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การดำเนินงานขององค์การเภสัชกรรม ซึ่งผ่านกระบวนการคัดเลือกและคัดกรองอย่างเข้มงวด จนได้ 3 โครงการสุดท้าย ที่มีความพร้อมเข้าสู่รอบ Final Pitching ซึ่งเป็นโครงการที่มีศักยภาพสูง เพื่อร่วมพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ รวมทั้งมุ่งส่งเสริม และพัฒนานวัตกรรมด้าน Health & Medical Innovation ของประเทศไทย
โครงการนี้ไม่เพียงเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และนักพัฒนานวัตกรรมได้แสดงศักยภาพ แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญขององค์การเภสัชกรรมในการผลักดันนวัตกรรม Health & Medical ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบสุขภาพของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสรรหาผลงานนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีศักยภาพและมีความพร้อมมาดำเนินการบ่มเพาะธุรกิจและพัฒนาต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์ ทั้งนี้เพิ่มโอกาสความร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรมในด้านธุรกิจ และด้านวิจัยพัฒนานวัตกรรม

ด้าน ศ.ดร.พญ.อรพรรณ กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ สุขภาพ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เกิดขึ้นจากองค์ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่พร้อมสนับสนุนให้เกิดการนำไปใช้จริง กิจกรรม Final Pitching ในวันนี้ จึงมีวัตถุประสงค์สำคัญในการเปิดเวทีให้นักวิจัย และผู้ประกอบการ ได้นำเสนอแนวคิดและศักยภาพของโครงการนวัตกรรมต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อพิจารณาคัดเลือกโครงการที่มีความเหมาะสมในการรับทุนสนับสนุนจากองค์การเภสัชกรรม พร้อมทั้งรับข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปเสริมสร้างและต่อยอดนวัตกรรมให้สามารถนำไปสู่การใช้งานจริงและขยายผลเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพิจารณาและตัดสินโดยคณะกรรมการจะพิจารณาบนพื้นฐานของหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทั้งด้านแนวคิดของนวัตกรรม ศักยภาพในการต่อยอด ความพร้อมของทีมผู้พัฒนา และความพร้อมทางเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เพื่อคัดเลือกโครงการที่มีศักยภาพสูงสุดในการได้รับทุนสนับสนุน และนำไปพัฒนาต่อยอดในระยะต่อไป
สำหรับการคัดเลือกโครงการพัฒนานวัตกรรมผ่านกิจกรรม Final Ptiching ในวันนี้ มีทีมมานำเสนอ 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการเก้าอี้ทันตกรรมเคลื่อนที่ชนิดปรับได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า“ จากบริษัท บี เอ็น ซุพพีเรีย มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 2. โครงการ SilkLife: แพลตฟอร์มไหมเกรด GMP เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมการดูแลสุขภาพแห่งอนาคต จากบริษัท เอนจินไลฟ์ จำกัด 3. โครงการการพัฒนาเจลขมิ้นชันและข้อต่อแสงสีฟ้าสำหรับการบำบัด Photodynamic Therapy” จาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ความสำเร็จของโครงการ GPO Ignite Program รุ่นที่ 4 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์การเภสัชกรรมในการเป็นกลไกสำคัญเพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) เชื่อมโยงความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรม Healthcare ของไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “องค์กรหลักเพื่อความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑ์ของประเทศที่ชาวไทยไว้วางใจและภาคภูมิใจ”









