ปลัด สธ.แจง รพ.ศรีสังวาลย์ จ่ายค่าตอบแทน P4P ตามเกณฑ์ รพ.ทั่วไป พร้อมขยายเพดานต้นทุนค่าแรง 20% ร่วม “บึงกาฬ-เบตง” เพิ่มรายได้ทุกวิชาชีพ

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แจงโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน ปรับค่าตอบแทนจาก ฉ.11 มาเป็นตามภาระงาน P4P ฉ.12 ตามหลักเกณฑ์ของโรงพยาบาลทั่วไป พร้อมพิจารณาขยายเพดานต้นทุนค่าแรงรวมเพิ่ม 1 เท่า เป็น 20% จากการเป็นพื้นที่ห่างไกลร่วมกับโรงพยาบาลอีก 2 แห่ง ช่วยเพิ่มแรงจูงใจคนทำงานครอบคลุมทุกกลุ่มวิชาชีพให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีบุคลากรโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน เรียกร้องภายหลังมีการปรับเปลี่ยนการจ่ายค่าตอบแทนจาก ฉ.11 ซึ่งเป็นค่าตอบแทนเหมาจ่ายให้ตามลักษณะพื้นที่ และอายุการทำงาน เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากร ไม่ให้ลาออกจากระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่พิเศษ ของโรงพยาบาลชุมชน เป็นหลัก แต่เมื่อมีการปรับยกขนาดของโรงพยาบาลขึ้น ตามปกติก็จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ่าย มาเป็นการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงาน (P4P) หรือ ฉ.12 เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้จ่ายและโอกาสการทำงาน

ซึ่งโรงพยาบาลศรีสังวาลย์เป็นโรงพยาบาลทั่วไป จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนไปใช้ค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวเหมือนกับโรงพยาบาลทั่วไปแห่งอื่นๆ ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขมิได้นิ่งนอนใจและมุ่งมั่นที่จะดูแลขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน โดยการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มค่าตอบแทน ซึ่งเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาปรับปรุงค่าตอบแทนสำหรับพื้นที่มีความจำเป็นเฉพาะ โดยมีมติเห็นชอบการเพิ่มสัดส่วนประสิทธิภาพทางการเงินให้อีก 1 เท่า จากเดิมไม่เกินร้อยละ 10 เป็นไม่เกินร้อยละ 20 ของต้นทุนค่าแรงรวมต่อปี (Labor Cost) สำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่ยากลำบากมากในการบริหารทรัพยากร ระดับ ข (ตาม ฉ.11 เดิม) จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลบึงกาฬ จ.บึงกาฬ และโรงพยาบาลเบตง จ.ยะลา

“โรงพยาบาลทั้ง 3 แห่งมีปัญหาเรื่องความห่างไกล จึงต้องเติมแรงจูงใจโดยได้ขยายเพดานค่าตอบแทนให้ไม่น้อยกว่าที่ได้รับเดิม แต่ต้องไม่ซ้ำซ้อน เป็นไปตามรูปแบบของโรงพยาบาลทั่วไป ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบว่าจะมีความจูงใจและมีความเหมาะสมให้กับการเพิ่มประสิทธิภาพและส่งเสริมรายได้ที่สอดคล้องกับโรงพยาบาลทั่วไปที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการเดิม การปรับปรุงระเบียบฉบับนี้ เจ้าหน้าที่จะสามารถได้รับค่าตอบแทนจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ขาดแคลนครอบคลุมทุกกลุ่มวิชาชีพมากยิ่งขึ้น และสูงมากขึ้น โดยพื้นที่ต้องมีการสื่อสารให้เจ้าหน้าที่มีความเข้าใจ ทั้งนี้การพิจารณากรอบวงเงินของโรงพยาบาลเป็นอำนาจของผู้บริหารโรงพยาบาล และคณะกรรมการค่าตอบแทนระดับจังหวัดและเขตสุขภาพภายใต้กรอบขั้นสูงที่ทางคณะกรรมการระดับประเทศเปิดโอกาสให้ ทั้งนี้ ได้มีการประสานแจ้งทางชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ให้ประชาสัมพันธ์มติดังกล่าวร่วมกันแล้ว” นพ.สมฤกษ์กล่าว