องคมนตรีตรวจเยี่ยม “รพร.สระแก้ว” ชูความสำเร็จคว้ารางวัล AI สุขภาพระดับเอเชีย ยกระดับการรักษาทางเดินปัสสาวะเทียบชั้นโรงเรียนแพทย์ กางแผน 2 ปี ผุดศูนย์รังสีร่วมรักษา กู้ชีวิต 4 โรควิกฤต

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ยกระดับการแพทย์ชายแดน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง คว้ารางวัล AI สุขภาพระดับเอเชีย พร้อมโชว์ความสำเร็จในการรักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะแบบครบวงจรเทียบเท่าโรงเรียนแพทย์ชั้นนำ มุ่งเป้า 2 ปี จัดตั้งหน่วยรังสีร่วมรักษาและหลอดเลือดด้วยเทคโนโลยีเอกซเรย์ช่วยชีวิตขั้นสูง ลดอัตราการส่งต่อผู้ป่วย 4 กลุ่มโรควิกฤต ออกนอกพื้นที่ สืบสานพระราชปณิธานประชาชนถิ่นทุรกันดารได้รับการรักษาที่ดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี รองประธานกรรมการมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล พร้อมด้วย นพ.พัลลภ ยอดศิรจินดา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว รับฟังผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้าการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ แผนการพัฒนาโรงพยาบาล และมอบถุงพระราชทาน สร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้เจ็บป่วย โดย นพ.พัลลภ กล่าวว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้วเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 400 เตียง รองรับผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละ 1,400 ราย และผู้ป่วยในวันละ 400 ราย มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน สานต่อโครงการตามพระราชปณิธานเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างครอบคลุม อาทิ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จัดทีมแพทย์และทันตแพทย์ออกตรวจรักษาผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดสระแก้ว รวมถึงดำเนินโครงการต่อบ้าน เติมสุข ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้ผู้ป่วยติดเตียงและคนพิการ โครงการคืนสายตาให้ผู้ด้อยโอกาส ช่วยตรวจคัดกรองผ่าตัดต้อกระจก มอบแว่นสายตาแก่เด็กอายุ 3–12 ปีและผู้มีปัญหาทางสายตา โครงการออมขวัญ ปันสุข มอบสมุดเงินฝากแก่ทารกแรกเกิด ตลอดจนดูแลผู้สูงอายุและสุขภาพจิตเยาวชนในพื้นที่

นพ.พัลลภ กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลได้สร้างชื่อเสียงระดับภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียด้วยการคว้ารางวัล ASOCIO DIGITAL & AI AWARD 2026 ในสาขา ASOCIO AI IN HEALTHCARE ที่ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นโรงพยาบาลชายแดนที่นำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพประชาชน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาดูแลผู้ป่วยอย่างทั่วถึง เช่น แอปพลิเคชัน Sakaeo COC เชื่อมโยงข้อมูลการเยี่ยมบ้าน ตลอดจนระบบ Telemedicine และการจัดส่งยาทางไปรษณีย์ ช่วยให้ผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางได้รับยาอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญสถานการณ์อุทกภัยหรือความไม่สงบตามแนวชายแดน นอกจากนี้ ได้ยกระดับศักยภาพการแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการรักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะครบวงจรเทียบเท่าโรงเรียนแพทย์ โดยนำเทคโนโลยีเลเซอร์สมรรถนะสูง Thulium และ Holmium Laser มาใช้สลายนิ่วในไตและท่อไตให้แตกละเอียด ควบคู่นวัตกรรมการส่องกล้องสลายและกำจัดนิ่วขั้นสูงผ่านท่อปัสสาวะขึ้นถึงกรวยไตโดยไม่มีบาดแผลผ่าตัด, การส่องกล้องสลายนิ่วในท่อไต, การผ่าตัดนิ่วผ่านกล้องแผลเล็กเจาะทะลุผิวหนัง และเครื่องสลายนิ่วนอกร่างกาย ทั้งยังพัฒนาการผ่าตัดต่อมลูกหมากโตผ่านกล้องทั้งแบบมาตรฐานและเทคนิคคว้านต่อมลูกหมากขนาดใหญ่ร่วมกับเครื่องปั่นดูดชิ้นเนื้อ การตรวจอัลตราซาวด์ร่วมกับเจาะชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก เพื่อคัดกรองมะเร็งระยะเริ่มต้น เป็นต้น ช่วยให้ผู้ป่วยในพื้นที่ได้รับการดูแลรักษาที่ได้มาตรฐานสูง ปลอดภัย ใกล้บ้าน ไม่ต้องส่งตัวไปรักษาไกล

“ปี 2571 โรงพยาบาลเตรียมเปิดให้บริการ Sakaeo Vascular and Radiology Intervention Unit หรือหน่วยรังสีร่วมรักษาและหลอดเลือด โดยติดตั้งเทคโนโลยี Alphenix 4D CT และ Biplane DSA ผสานเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดไว้ในห้องเดียวกัน พร้อมระบบประมวลผลอัจฉริยะ ช่วยแพทย์ตรวจ วินิจฉัย วางแผน และทำหัตถการรักษาผู้ป่วยได้เสร็จสิ้นทันทีโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย มุ่งเป้าลดอัตราการส่งต่อผู้ป่วยออกนอกพื้นที่ โดยเฉพาะ 4 กลุ่มโรควิกฤต ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคมะเร็ง และอุบัติเหตุรุนแรง ซึ่งทุกนาทีที่รักษาได้เร็วขึ้นหมายถึงโอกาสรอดชีวิตที่เพิ่มขึ้นของประชาชนแถบชายแดน” นพ.พัลลภกล่าว