กรมการแพทย์แผนไทยฯ ยกระดับบังคับใช้กฎหมายกัญชา ปี 2569 ตรวจเข้มทั่วประเทศ พักใช้ เพิกถอนใบอนุญาตผู้ฝ่าฝืน มุ่งใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้าคุมเข้มมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมกัญชา ปี 2569 บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปูพรมตรวจสถานประกอบการทั่วประเทศ มุ่งคุ้มครองสุขภาพประชาชน เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง พร้อมยกระดับโทษหนัก ทำผิดซ้ำซากเสี่ยงโดนเพิกถอนใบอนุญาตเด็ดขาด มุ่งใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น

นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีร้านจำหน่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศเหลืออยู่จำนวน 12,279 ร้าน ในส่วน 5 จังหวัด ร้านกัญชามากสุดตามลำดับได้แก่ กรุงเทพมหานคร 1,726 ร้าน, ภูเก็ต 1,046 ร้าน, ชลบุรี 900 ร้าน, สุราษฎร์ธานี 717 ร้าน และ เชียงใหม่ 482 ร้าน ล่าสุดกรมฯ ได้เร่งพัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ด้านกฎหมายและ แนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมทั้งเดินหน้าตรวจสอบเชิงรุกเพื่อเฝ้าระวังและดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้ฝ่าฝืน

จากการกำกับติดตามที่ผ่านมา พบว่ายังมีผู้ประกอบการบางส่วนฝ่าฝืนเงื่อนไขใบอนุญาตในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ไม่จัดทำหรือไม่ส่งรายงานตามที่กฎหมายกำหนด จำหน่ายกัญชาโดยไม่มีใบสั่งจ่าย จัดโปรโมชันส่งเสริมการจำหน่ายหรือโฆษณาเพื่อการค้า จัดให้มีการสูบกัญชาภายในสถานประกอบการ จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์

กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้กำหนดบทลงโทษ ตั้งแต่การพักใช้ใบอนุญาต 30 หรือ 90 วัน ไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีความผิดร้ายแรง ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้ประกอบการเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตและยังกลับมากระทำผิดซ้ำ ในกรณีเดิมเป็นครั้งที่ 2 อาจถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตทันทีตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายแพทย์เทวัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯ ยืนยันที่จะเดินหน้ากำกับติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด มุ่งเน้นการใช้กัญชาทางการแพทย์ ภายใต้กรอบความปลอดภัยสูงสุด เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ

ด้าน นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมการยื่นคำขออุทธรณ์คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในปี 2569 มีการยื่นคำร้องรวมทั้งสิ้น 66 คำขอ แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร: 31 คำขอ ภูเก็ต: 15 คำขอ ศรีสะเกษ: 7 คำขอ สุราษฎร์ธานี: 6 คำขอ ชลบุรี: 2 คำขอ จังหวัดอื่นๆ: 5 คำขอ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 มีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ เพื่อกลั่นกรองข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างรอบด้าน ก่อนเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป โดยยึดหลักความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ในทุกกระบวนการ