“นายกฯ อนุทิน” พร้อมด้วยรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจ เมตตา สุคโต โรงพยาบาลหนองคาย หลังเปิดศูนย์หัวใจตั้งแต่ปี 2567 ด้วยงบบริจาครวมกว่า 297 ล้านบาท ยกระดับเป็นโรงพยาบาลศูนย์ลุ่มน้ำโขง เพิ่มศักยภาพดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดในพื้นที่ รวมถึง สปป.ลาว มุ่งรักษาแบบครบวงจร ลดการส่งต่อนอกพื้นที่ เผยสวนหัวใจเร่งด่วนแล้วกว่า 1 พันราย

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่โรงพยาบาลหนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจ เมตตา สุคโต โรงพยาบาลหนองคาย โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วม ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 โดยนายพัฒนากล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับบริการสาธารณสุขให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างสะดวก ทั่วถึง และเท่าเทียม ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์มาขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบบริการสุขภาพเชิงพื้นที่ โดยโรงพยาบาลหนองคายมีเป้าหมายเป็นโรงพยาบาลศูนย์ลุ่มน้ำโขงรองรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่มากกว่า 5 แสนคน รวมถึงจากจังหวัดบึงกาฬมากกว่า 4.24 แสนคน และผู้ป่วยต่างชาติ เช่น สปป.ลาว ที่มีประชากร 7.57 ล้านคน จึงได้พัฒนาการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ และเป็นเป้าหมายในยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับองค์การอนามัยโลกในการลดอัตราตายก่อนวัยอันควรในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

นายพัฒนากล่าวต่อว่า โรงพยาบาลหนองคายได้ยกระดับเป็นโรงพยาบาลขนาด A+ จำนวน 420 เตียง โดยเปิด “โครงการศูนย์หัวใจชายแดน ระเบียงเศรษฐกิจสุขภาพสู่อินโดจีน จังหวัดหนองคาย” เพื่อรองรับผู้ใช้บริการโรคหัวใจและหลอดเลือดในเขตจังหวัดหนองคาย พื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้ง สปป.ลาว ให้มีมาตรฐานและมีคุณภาพชีวิตที่ดี เนื่องจากที่ผ่านมามีการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดจำนวนมากขึ้นตามลำดับ โดยมีการให้ยาละลายลิ่มเลือด แต่ยังไม่มีหออภิบาลผู้ป่วยโรคหัวใจ (CCU) ที่จะรองรับการดูแลผู้ป่วยจากการใส่ขดลวดหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด (PCI) หรือหัตถการอื่น ซึ่งต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า ระยะแรกจึงเปิดบริการศูนย์โรคหัวใจ ที่อาคารสิริปุณโณ ชั้น 2 เมื่อปี 2567 ประกอบด้วย หออภิบาลผู้ป่วยโรคหัวใจ 8 เตียง ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ และห้องตรวจพิเศษหัวใจ มีผู้มารับบริการได้รับการสวนหัวใจเร่งด่วนกว่า 1 พันราย แต่ยังต้องส่งต่อผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาด้วยการผ่าตัด ดังนั้น ระยะที่สองจึงได้เปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจ เมตตา สุคโต ที่อาคารสิริปุณโณ ชั้น 3 ประกอบด้วย ห้องผ่าตัด 4 ห้อง (OR Hybrid 1 ห้อง, ห้องผ่าตัดเฉพาะทาง 3 ห้อง) ห้อง ICU CVT 4 เตียง และห้องพักพื้นคนไข้ 5 เตียง ซึ่งทั้งหมดได้รับการสนับสนุนจากเงินบริจาครวม 297 ล้านบาท (ศูนย์โรคหัวใจ 102 ล้านบาท และศูนย์ผ่าตัดหัวใจฯ 195 ล้านบาท)

ด้าน นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า จากการเปิดบริการศูนย์หัวใจและศูนย์ผ่าตัดหัวใจ ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มีภาวะวิกฤตในจังหวัดหนองคายและจังหวัดใกล้เคียงสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วตามมาตรฐานการรักษา ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดการส่งต่อ ไม่ต้องเดินทางไกลไปรักษาในโรงพยาบาลนอกพื้นที่ โดยสามารถดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจในจุดเดียว โดยผลการดำเนินงานในส่วนของหออภิบาลผู้ป่วยโรคหัวใจ (CCU) ปี 2567-2569 มีจำนวน 238 , 770 และ 691 ราย ตามลำดับ ผู้รับบริการ 3 อันดับโรคแรก คือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดไม่พบคลื่นไฟฟ้าหัวใจยกสูง (NSTEMI) โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (STEMI) และภาวะหัวใจล้มเหลว ส่วนห้องปฏิบัติการสวนหัวใจให้บริการรวม 1,038 ครั้ง








