กรมการค้าภายใน ชวนร้านค้าออนไลน์เช็กคุณสมบัติ เตรียมลงทะเบียนรับสิทธิลดค่า GP เริ่ม 1 พ.ย. นี้

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในห้วงที่ผ่านมา กรมการค้าภายในขอขอบคุณผู้ประกอบการและแพลตฟอร์ม E-Marketplace รายใหญ่ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ที่เข้าใจสถานการณ์และร่วมมือกับภาครัฐในการช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจออนไลน์ โดยให้ความร่วมมือปรับลดค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (Mandatory Fees) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ค่า GP กลับไปใช้อัตรา ณ วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์)ได้แถลงข่าวความร่วมมือดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะร่วมกับคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) สภาและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ SMEs ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและแพลตฟอร์มดิจิทัล ในการรับฟังปัญหาและหารือแนวทางแก้ไขร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมพิจารณาขยายมาตรการไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมในการค้าออนไลน์ ให้ผู้ประกอบการแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม และผู้บริโภคได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม

ด้านนายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า การปรับลดค่าธรรมเนียม GP ในครั้งนี้ ประเมินเบื้องต้นว่าจะช่วยลดภาระค่าธรรมเนียม GP ได้สูงสุดถึง 42.9% มูลค่าที่คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมประมาณ 1,930 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 6 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2569 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 257) โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการไทยได้รับสิทธิประโยชน์รวมกว่า 1,200,000 ราย แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา 1,020,000 ราย และนิติบุคคล 180,000 ราย ทั้งนี้ ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่ามาตรการนี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ จึงต้องมีกลไกคัดกรองที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาสวมสิทธิ

สำหรับหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ มุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยรายย่อยที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้อง โดยบุคคลธรรมดาต้องมียอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/แพลตฟอร์ม/ปี และนิติบุคคลมีรายได้ไม่เกิน 3.5 ล้านบาท/แพลตฟอร์ม/ปี (ไม่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)) เพื่อให้สิทธิประโยชน์เข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 80% ของผู้ขายบนแพลตฟอร์ม โดยครอบคลุมสินค้าทุกประเภท เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าแฟชั่น สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้า OTOP ยกเว้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากมีข้อจำกัดในการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า ทั้งนี้ ผู้ประกอบการนิติบุคคลสามารถจดทะเบียนผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ส่วนบุคคลธรรมดาจดทะเบียนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสำนักงานเขต เพื่อยืนยันสิทธิและป้องกันการสวมสิทธิจากผู้ขายต่างชาติ
ในส่วนของอัตราค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (GP) ทั้ง 3 แพลตฟอร์ม จะปรับลดกลับไปใช้อัตรา ณ วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดย Lazada ปรับลดจาก 9.00–17.50% เหลือ 7.50–11.60% ลดลงสูงสุด 42.90% ขณะที่ TikTok Shop ปรับลดจาก 13.38–21.94% เหลือ 11.24–17.66% ลดลงสูงสุด 35.00% และ Shopee ปรับลดจาก 8.03–19.26% เหลือ 8.03–13.91% ลดลงสูงสุด 33.30% เพื่อช่วยลดต้นทุนการค้าขายออนไลน์และเพิ่มโอกาสการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยรายย่อย

นายฉันทพัทธ์ กล่าวต่อว่า กำหนดระยะเวลาการเริ่มลดค่า GP แต่ละแพลตฟอร์มจะเริ่มส่งการแจ้งเตือน (Notification) เพื่อเชิญชวนผู้ขายเข้าร่วมและเปิดระบบลงทะเบียน ภายในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ร้านค้าที่มีทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้วจะสามารถยืนยันสิทธิได้ทันที ส่วนร้านค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนจะต้องไปดำเนินการจดทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน โดยแพลตฟอร์มจะตรวจสอบสิทธิ์ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ใช้เวลาประมาณ 10 วันทำการ และพร้อมเริ่มคิดอัตรา GP ใหม่สำหรับบผู้ที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2570 รวมระยะเวลา 6 เดือนเต็ม และจะพิจารณาสำหรับผู้ที่สมัครเพิ่มเติมในลำดับต่อไป

กรมการค้าภายในจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยรายย่อยเร่งตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมความพร้อมการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569