
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีเปิด “โครงการมหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ระดับภาค (ภาคกลาง) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570” โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วยนายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี วัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้แทนชุมชนคุณธรรมพลังบวร และประชาชนเข้าร่วมงาน ณ วัดสังกัสรัตนคีรี อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ดำเนินโครงการพลังบวรในมิติศาสนา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมสถาบันศาสนาให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงามในสังคม พร้อมส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยใช้กลไกพลัง “บวร” ได้แก่ บ้านหรือชุมชน วัดหรือศาสนสถาน และโรงเรียนหรือหน่วยงานราชการ เป็นพลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาชุมชนและสังคมไทยสู่ “สังคมคุณธรรม” อย่างยั่งยืน โดยการขับเคลื่อนงานพลังบวรได้ให้ความสำคัญกับ 3 มิติ ได้แก่ หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม เพื่อบ่มเพาะเด็ก เยาวชน และประชาชนให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีภูมิคุ้มกันในการดำรงชีวิต ตลอดจนส่งเสริมให้วัดและศาสนสถานเปิดพื้นที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การเผยแผ่ศาสนา และการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน นอกจากนี้ ยังมุ่งนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรมที่มีความสงบสุขและยั่งยืน

สำหรับการจัด “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ระดับภาค (ภาคกลาง)” กรมการศาสนาได้ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานีและภาคีเครือข่ายจาก 26 จังหวัดภาคกลาง จัดงานระหว่างวันที่ 25 – 27 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณวัดสังกัสรัตนคีรี อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีเปิดงานมหกรรมสีสันแห่งศรัทธาฯ การเสวนาถอดบทเรียนการดำเนินงานของชุมชนคุณธรรมพลังบวรที่ประสบความสำเร็จ การบรรยายให้ความรู้ด้านการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน การจัดนิทรรศการและสาธิตผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณธรรม จำนวน 26 บูธ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทย การจัดสวนแสงไฟประดับ รวมถึงกิจกรรมตักบาตรทางน้ำ ณ ลานสะแกกรัง และเส้นทางท่องเที่ยวแห่งศรัทธาชมวิถีชีวิตชุมชนชาวแพสะแกกรัง ชมศาสนสถานวัดจันทาราม (ท่าซุง) และเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์สมบัติพ่อให้” ณ วัดจันทาราม (ท่าซุง) ชมแหล่งโบราณสถานและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ณ วัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) ชมศาสนสถานและแหล่งโบราณสถาน ณ วัดพิชัยปุรณาราม สักการะพระบรมรูปสมเด็จพระปฐม บรมมหาชนก ณ ยอดเขาสะแกกรัง กิจกรรมการแสดงพระธรรมเทศนา และประเพณีตักบาตรเทโว โดยมีขบวนพาเหรดและรถบุปผชาติศิลปวัฒนธรรม การจัดแสดงโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้าง และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจาก 8 อำเภอ ของจังหวัดอุทัยธานี
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า การนำหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยมาบ่มเพาะเด็ก เยาวชน และประชาชน จะเป็นภูมิคุ้มกันสำคัญในการดำรงชีวิต ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับวัดและศาสนสถานให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ รวมทั้งผลักดันทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสินค้าชุมชนให้ได้รับการพัฒนาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ จังหวัดอุทัยธานีเป็นพื้นที่ที่มีทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์วิถีชีวิตที่ทรงคุณค่า การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการบูรณาการมิติศาสนา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชุมชนคุณธรรมจาก 26 จังหวัดภาคกลาง การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ชุมชน การตักบาตรทางน้ำ และเส้นทางท่องเที่ยวแห่งศรัทธา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเข้มแข็งให้ ชุมชนคุณธรรมพลังบวรต้นแบบ โดยมุ่งให้วัดและศาสนสถานเป็นศูนย์รวมจิตใจและแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เชื่อมโยงบ้าน วัด โรงเรียน และหน่วยงานราชการ ให้ร่วมกันสร้างคนดี สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น “สังคมคุณธรรม” ที่มีความสงบสุข ร่มเย็น และยั่งยืน















