กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยสภาผู้แทนราษฎร ไฟเขียว พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ฉบับใหม่ มุ่งคุ้มครองตำรับยาชุมชน ล่าสุดเตรียมฐานข้อมูลดิจิทัลหนุนเศรษฐกิจ พร้อมรับข้อสังเกตกรรมาธิการ เร่งทำกฎหมายลูกและบริหารกองทุนฯ โปร่งใส ก่อนส่งต่อวุฒิสภาตามขั้นตอนนิติบัญญัติต่อไป
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, ดร.นันทศักดิ์ โชติชนะเดชาวงศ์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย, นางสาวณัฐฐิรา ชัชจิรากุลโรจน์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา ในฐานะผู้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาร่างกฎหมาย โดยมีนายอลงกต มณีกาศ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ นำเสนอผลการพิจารณาต่อที่ประชุม
ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยว่า การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้มุ่งพัฒนาระบบคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยให้ความสำคัญกับ การอนุรักษ์ สืบทอด และพัฒนาองค์ความรู้ ควบคู่กับการสร้างกลไกที่เอื้อต่อการศึกษาวิจัยและ การใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง คุ้มครองภูมิปัญญาของชุมชน ให้มีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายรองรับชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมวางแนวทางการใช้ประโยชน์จากตำรับยาและตำราการแพทย์แผนไทยอย่างเป็นธรรม เพื่อให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรและงานวิจัยสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาสิทธิของเจ้าของภูมิปัญญา พร้อมเชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจสมุนไพรของประเทศ และการรักษาทรัพยากรสมุนไพรให้สามารถใช้ประโยชน์ ได้อย่างยั่งยืน
ด้าน นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายใหม่ ครอบคลุม 3 ด้านหลัก 1. ปรับโครงสร้างบริหาร ให้ชัดเจนเรื่องอำนาจหน้าที่ ยืดหยุ่นค่าธรรมเนียม ปรับองค์ประกอบคณะกรรมการ พร้อมกำหนดวาระกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ปี 2. คุ้มครองสิทธิชุมชนโดยเพิ่มการขึ้นทะเบียนตำรับยา-ตำราของชุมชน วางเกณฑ์ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นธรรม และปรับบทลงโทษให้เหมาะสม 3. หนุนวิจัย-ใช้สมุนไพรยั่งยืน โดยมี “กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย” ขับเคลื่อนอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้
นอกจากนี้ยังเตรียม 4 ภารกิจเร่งด่วนในการเตรียมพร้อมบังคับใช้จริง ได้แก่ การออกกฎหมายลูก, การวางระบบขึ้นทะเบียนที่สะดวกต่อชุมชน, การประสานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่นกฎหมายยา/สมุนไพร/ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อลดความขัดแย้งสิทธิในการวิจัยเชิงพาณิชย์ และการพัฒนาระบบข้อมูลดิจิทัล เพื่อคุ้มครองภูมิปัญญาไทย ในขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้กำชับให้เน้นสร้างการรับรู้แก่ชุมชน และบริหารกองทุนฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับขั้นตอนต่อไป ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะถูกเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาเห็นชอบ ก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

