กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าปฏิบัติตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยยึดมั่นการใช้มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดในการสกัดกั้นการนำเข้าขยะและของเสียผิดกฎหมายอย่างรัดกุม พร้อมผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม ป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งรองรับขยะจากต่างประเทศ ตลอดจนดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างยั่งยืน

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมา คต. ได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ขยะเทศบาล ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติก ยางรถใช้แล้ว และเศษยาง เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามคำร้องขอของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งได้มีการหารือการกำหนดมาตรการร่วมกันกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยกรมฯ ยังคงยึดมั่นและบังคับใช้ประกาศดังกล่าวอย่างเข้มงวดสูงสุด ป้องกันไม่ให้ไทยเป็นแหล่งรองรับขยะจากต่างประเทศ และลดความเสี่ยงจากการนำของเสียที่อาจก่อให้เกิดมลพิษหรือมีข้อจำกัดในการกำจัดเข้ามาในประเทศ ทั้งนี้ การใช้มาตรการทางกฎหมายดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมการนำเข้าและป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง

นอกจากนี้ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าอย่างครอบคลุมทุกมิติ กรมฯ ได้ดำเนินการเชิงรุก โดยประสานไปยังสถานทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือในการกำกับดูแลและแจ้งเตือนผู้ส่งออกในประเทศต้นทาง ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการห้ามนำเข้าของไทยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการส่งขยะหรือของเสียต้องห้ามเข้ามายังประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรภายในประเทศอย่างใกล้ชิด ทั้งกรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดระเบียบ ตรวจสอบข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลการนำเข้า ตลอดจนมุ่งปกป้องการสำแดงสินค้าไม่ตรงตามข้อเท็จจริง และการลักลอบนำเข้า โดยเฉพาะกรณีการนำเข้าเศษโลหะที่อาจมีขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือของเสียต้องห้ามแอบแฝงหรือสำแดงเท็จปะปนเข้ามา พร้อมกันนี้ได้มีการหารือเพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบร่วมกัน (Joint Inspection) ในการประเมินความเสี่ยงสินค้า และการพิจารณาหลักเกณฑ์เพิ่มเติมภายใต้กรอบกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน เพื่อคุมเข้มไม่ให้มีขยะหรือของเสียที่เข้าข่ายสินค้าต้องห้ามแฝงเข้ามาพร้อมกับเศษโลหะ ขณะเดียวกันยังคงอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการนำเข้าเศษโลหะคุณภาพดีที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
คต. ยืนยันเดินหน้าสกัดการนำเข้าขยะและของเสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การกำกับดูแลการนำเข้ามีประสิทธิภาพ ป้องกันการนำเข้าสิ่งต้องห้าม ลดความเสี่ยงด้านมลพิษ และคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ควบคู่กับการส่งเสริมให้การนำเข้าสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

