
วันที่ 13 ตุลาคม 2569 นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำบริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก จ.ปทุมธานี และกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก พร้อมด้วย รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต นายสัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายไพฑูรย์ เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่ อ.องครักษ์ สทนช. ได้ประชุมหารือร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยจะเร่งกระจายมวลน้ำจากพื้นที่ อ.องครักษ์ ออกสู่เส้นทางต่าง ๆ ในปริมาณที่แต่ละพื้นที่สามารถรองรับได้ แบ่งออกเป็น 3 เส้นทาง ได้แก่
1. รับน้ำผ่านประตูระบายน้ำกลางคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ช่วงคลอง 12-13 และประตูระบายน้ำกลางคลองรังสิตฯ ช่วงคลอง 8-9 ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยควบคุมระดับน้ำในคลองรังสิตฯ ด้าน จ.ปทุมธานี ให้อยู่ที่ประมาณ 1.7-1.9 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ตามที่ได้มีการตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ โดยจะทยอยยกบานประตูครั้งละประมาณ 10-20 เซนติเมตร และติดตามระดับน้ำในคลองรังสิตฯ อย่างใกล้ชิด หากระดับน้ำมีแนวโน้มสูงเกิน 1.9 เมตร จะปรับลดบานประตูเพื่อลดความเสี่ยงต่อพื้นที่ท้ายน้ำ พร้อมทั้งเร่งสูบและระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำต่าง ๆ เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำในคลองให้อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรองรับฝนในห้วงต่อไป
2. รับน้ำผ่านคลองหกวาสายล่างเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยกรุงเทพมหานครได้แจ้งเตือนประชาชนในชุมชนริมคลองหกวาสายล่างและคลองที่เชื่อมต่อกันให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งบริหารจัดการประตูระบายน้ำและระบบสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมระดับน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
3. รับน้ำผ่านคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต โดยได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม 16 เครื่อง ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เพื่อเร่งระบายน้ำออกคลองชายทะเล
นอกจากนี้ บริเวณแม่น้ำบางปะกง ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 40 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย ปัจจุบันระดับน้ำในตัวเมืองฉะเชิงเทราลดลง 11 เซนติเมตร ขณะที่ อ.บ้านสร้าง และ อ.บางน้ำเปรี้ยว ลดลง 5-6 เซนติเมตร ทั้งนี้ หากระดับน้ำใน อ.บางน้ำเปรี้ยว ลดลง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ อ.องครักษ์ ตอนบนได้มากขึ้น
ส่วนการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้ปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เหลือประมาณ 280 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนพระราม 6 ประมาณ 400-500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีแผนพิจารณาลดการระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อช่วยลดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ยังคงต้องประเมินสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลง จะสามารถรองรับน้ำจากคลองรังสิตฯ ได้เพิ่มขึ้น
นายไพฑูรย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี (นายทรงศักดิ์ ทองศรี) ได้กำชับ สทนช. บูรณาการหน่วยงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว ขณะนี้ทุกหน่วยงานได้ระดมสรรพกำลังในการเข้าช่วยเหลือคลี่คลายอุทกภัยอย่างเต็มที่ คาดว่าการระบายน้ำในจุดสำคัญต่าง ๆ ของพื้นที่ อ.องครักษ์ จะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 7 วัน






















