ปลัดกระทรวงยุติธรรม ลุยฝนตรวจเยี่ยมหน่วยงานยุติธรรมจันทบุรี ชูแนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ปรับแผนพัฒนารายบุคคลมุ่งขัดเกลาเด็กคืนสู่สังคมด้วยความสุขให้แก่สถานพินิจฯ จันทบุรี-เรือนจำจันทบุรี

วันที่ 13 ตุลาคม 2569 นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรี เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค ตลอดจนข้อเสนอแนะจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนางานให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด โดยจากการเดินตรวจเยี่ยมบรรยากาศโดยรวมพบว่า สถานที่มีความสะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบ และที่สำคัญ คือ เด็กและเยาวชนมีสีหน้ายิ้มแย้มสดใส สะท้อนถึงความสุขและการดูแลเอาใจใส่ที่ดีจากเจ้าหน้าที่ พร้อมกันนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้เน้นย้ำให้บุคลากรของสถานพินิจฯ พัฒนาตนเอง รวมถึงกระบวนการทำงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับศาลเยาวชนฯ “ว่าสถานพินิจฯ มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการขัดเกลาเด็กและเยาวชนทุกคนให้พร้อมคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ และพร้อมที่จะรับเยาวชนเข้ามาดูแลแก้ไขและพัฒนาให้ดีขึ้นในทุกมิติ”

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ร่วมกิจกรรมเล่นฟุตบอลกับน้อง ๆ เยาวชนอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งได้มอบเงินรางวัลส่วนตัวเพื่อสนับสนุนเป็นค่าอาหารเสริมมื้อพิเศษ สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรมยังได้กล่าวขอบคุณสำหรับ “ไข่ไก่อารมณ์ดี” ซึ่งเป็นผลผลิตจากฟาร์มเล็ก ๆ ที่น้อง ๆ เยาวชนได้ร่วมแรงร่วมใจกันเลี้ยงดูและมอบให้เป็นของที่ระลึกในการเยี่ยมชมครั้งนี้ด้วย

ต่อจากนั้น ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมเรือนจำจังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานตาม โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการดูแลสุขภาวะของผู้ต้องขัง ทั้งการบริหารจัดการความแออัด การส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิต ตลอดจนการตรวจความเรียบร้อยของ “ห้องแม่และเด็ก” ภายในเรือนจำ นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำเรื่องการส่งเสริมอาชีพผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ต้องขังสามารถนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้หลังพ้นโทษ

ซึ่งนอกเหนือจากการดูแลผู้ต้องขังแล้ว ปลัดกระทรวงยุติธรรมยังได้แสดงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และบุคลากร โดยได้รับทราบปัญหาที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ซึ่งทรุดโทรมตามกาลเวลา พร้อมเน้นย้ำว่าการออกแบบอาคารสำนักงานและที่พักในอนาคตต้องคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศ ลักษณะท้องถิ่น และสภาพการปฏิบัติงานเฉพาะพื้นที่ ที่สำคัญคือต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานห่างไกลภูมิลำเนา โดยเตรียมพิจารณาแนวทางการโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ได้กลับไปอยู่ใกล้ชิดครอบครัวมากขึ้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความสุขในการปฏิบัติหน้าที่

โดยการลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีในครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางการบริหารงานของกระทรวงยุติธรรมที่มุ่งเน้นการรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง เด็ก เยาวชน และบุคลากรทุกระดับ เพื่อให้เรือนจำและสถานพินิจฯ เป็นสถานที่ในการแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤตินิสัย และคืนคนดีสู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน