สปสช. ร่วมถ่ายทอดบทเรียนระบบบัตรทอง–บทบาทหลักประกันสุขภาพในการสนับสนุนบริการช่วงวิกฤตโควิด ใน Thailand Pavilion : Longevity
กรุงเทพฯ 12 ตุลาคม 2569 – นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. และ พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ ถัมภ์บรรฑุ ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจสำนักงานสาขาพื้นที่กรุงเทพมหานคร สปสช. เข้าร่วมพิธีเปิด Thailand Pavilion และร่วมให้ข้อมูลภายในนิทรรศการ ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
พิธีเปิด Thailand Pavilion มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วย นางคริสตาลิน่า กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ นายอาเจ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของไทยและผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมพิธีและเยี่ยมชมนิทรรศการ
การประชุม IMF–World Bank Annual Meetings เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา ผู้แทนภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และองค์การระหว่างประเทศจากทั่วโลก เพื่อหารือประเด็นเศรษฐกิจ การลงทุน การเติบโต และแนวทางการพัฒนาร่วมกัน โดยการประชุมประจำปี 2026 จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569
ภายใน Thailand Pavilion มีการนำเสนอศักยภาพและแนวทางการพัฒนาของประเทศไทยในหลายมิติ โดยส่วน Longevity ถ่ายทอดแนวคิดด้านระบบสุขภาพและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดช่วงชีวิต
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ สปสช. มีการนำเสนอพัฒนาการของ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทย หรือ Universal Health Coverage (UHC) โดยเฉพาะ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ Universal Coverage Scheme (UCS) หรือ “บัตรทอง” ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบหลักประกันสุขภาพหลักของประเทศ ตั้งแต่การสร้างความครอบคลุมด้านสิทธิ ไปสู่การทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นได้จริง ผ่านกลไกการบริหารกองทุน การจัดซื้อบริการ สิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุม และการเชื่อมบริการให้ใกล้ประชาชนมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังถ่ายทอดบทเรียนจากช่วงวิกฤต COVID-19 ว่า การมีระบบหลักประกันสุขภาพรองรับเป็นส่วนหนึ่งของฐานสำคัญที่ช่วยให้ระบบสุขภาพสามารถปรับรูปแบบบริการได้ในภาวะวิกฤต โดยในส่วนของ สปสช. ได้มีการปรับสิทธิประโยชน์และกลไกการจ่ายให้รองรับบริการรูปแบบใหม่ เช่น Home Isolation, Community Isolation และ telemedicine รวมถึงระบบข้อมูล สายด่วน สปสช. 1330 และการประสานส่งต่อ เพื่อสนับสนุนการจัดบริการของกระทรวงสาธารณสุข หน่วยบริการ ท้องถิ่น ชุมชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ประชาชนยังคงเข้าถึงบริการได้อย่างต่อเนื่อง
การมีส่วนร่วมของ สปสช. ใน Thailand Pavilion ครั้งนี้ เป็นโอกาสในการถ่ายทอดประสบการณ์และบทเรียนของระบบหลักประกันสุขภาพไทยแก่ผู้เข้าร่วมงานจากนานาประเทศ สะท้อนว่า หลักประกันสุขภาพไม่ได้มีความหมายเพียงการมีสิทธิ แต่ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้จริง มีการคุ้มครองด้านค่าใช้จ่าย และมีกลไกสนับสนุนให้ระบบสามารถปรับตัวและดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่องในภาวะวิกฤต










