“รองเลขาธิการ สทนช.” ร่วมลงพื้นที่พร้อมคณะของ “รมต.นภินทร” ติดตามการบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดเพชรบุรี คาดปริมาณฝนลดลง เขื่อนแก่งกระจานปรับลดการระบายเหลือ 70 ลบ.ม./วิ ไม่กระทบพื้นที่เศรษฐกิจ พร้อมกำชับบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่ประชุมและติดตามการบริหารจัดการน้ำและการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ณ ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี โดยมี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ และตรวจเยี่ยมการระบายน้ำของเขื่อนเพชร อำเภอท่ายาง
รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศ จึงได้มีการมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีแบ่งพื้นที่รับผิดชอบบริหารจัดการ 3 ลุ่มน้ำสำคัญในพื้นที่ภาคกลาง โดยกำหนดให้ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลองและลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากการลงพื้นที่และตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับทราบสถานการณ์ฝนและปัญหาน้ำท่วมขังจังหวัดเพชรบุรี โดยพบว่าช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ประมาณ 100 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสามารถเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เขตเมืองได้แล้ว ประกอบกับข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปริมาณฝนจะค่อยๆ ลดลงจาก 60 มิลลิเมตร เหลือประมาณ 40 มิลลิเมตร และลดลงเหลือประมาณ 30 มิลลิเมตร ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ทำให้แนวโน้มสถานการณ์น้ำท่วมปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ

ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำต้นน้ำ เขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำกักเก็บเต็มความจุ ซึ่งเป็นผลดีต่อการสำรองน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง โดยปัจจุบันได้ปรับลดอัตราการระบายน้ำเหลือ 70 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อสร้างความสมดุลและลดผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่างและเขตเทศบาลเมืองให้สามารถระบายน้ำจากฝนตกสะสมลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่เขื่อนเพชรยังคงมีความสามารถรองรับและบริหารจัดการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเพียงน้ำท่วมขังบริเวณขอบตลิ่งและพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุด โดยระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและไม่ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจหลัก นอกจากนี้ การบริหารจัดการน้ำผ่านระบบชลประทานอย่างเป็นระบบ ยังช่วยบรรเทาปัญหาและสนับสนุนภาคการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่อำเภอท่ายางและอำเภอชะอำ ให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตและทำนาปีได้ตามกำหนด โดยไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
“รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มอบข้อสั่งการสำคัญแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำการเฝ้าระวังและการคาดการณ์สถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ให้วิเคราะห์และประเมินแนวโน้มปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าล่วงหน้า พร้อมเร่งแจ้งเตือนข้อมูลสถานการณ์น้ำแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ทั้งนี้ สทนช. ในฐานะหน่วยงานกลางด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทานอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำล่วงหน้า โดยเน้นย้ำการใช้กลไกการบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำหลักในพื้นที่ ทั้งเขื่อนแก่งกระจาน อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ และเขื่อนเพชร ให้ทำงานสอดคล้องกัน เพื่อตัดยอดน้ำและหน่วงน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด พร้อมประสานงานร่วมกับจังหวัดเพชรบุรีเพื่อแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที” รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวในตอนท้าย





























