สธ. เผย รพ. ทยอยเปิดบริการเพิ่มขึ้น หลังผ่านวิกฤต “น้ำท่วม” ด้าน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เตรียมเปิดบริการ 12 ต.ค. นี้ พร้อมผนึก มท. บูรณาการแผนรับมือและคุ้มครองกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ

กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจาก “น้ำท่วม” ทะยอยกลับมาเปิดบริการมากขึ้น ล่าสุด รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เตรียมคืนพื้นที่ รพ.ค่ายจักรพงษ์ กลับมาเปิดบริการ 12 ตุลาคมนี้ ก่อนเปิดเต็มรูปแบบ 16 ตุลาคม พร้อมผนึกกำลังกระทรวงมหาดไทยเชื่อมโยงระบบ GIS ดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ตลอดจน วางมาตรการป้องกัน รพ.กลุ่มเสี่ยง เช่น รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี และ รพ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการ

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการและนโยบายของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เน้นการจัดบริการทางการแพทย์ดูแลช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัย และผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง เหมาะสม และปลอดภัย พร้อมเร่งฟื้นฟูสถานพยาบาล โครงสร้าง และระบบขับเคลื่อนต่างๆ เมื่อน้ำลดให้กลับมาพร้อมบริการ ล่าสุด สถานพยาบาลที่หยุดให้บริการมีจำนวนลดลงเหลือ 37 แห่ง กลับมาเปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้นรวม 115 แห่ง และเปิดบริการบางส่วน 18 แห่ง เฉพาะโรงพยาบาลที่ยังต้องติดตามใกล้ชิด มีหยุดบริการ 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลประจันตคาม และโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กลับมาเปิดบริการบางส่วนได้ 2 แห่ง และเปิดบริการตามปกติแล้ว 6 แห่ง ทั้งนี้ ในส่วนของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะเริ่มส่งคืนพื้นที่ รพ.ค่ายจักรพงษ์ และกลับมาเปิดบริการที่โรงพยาบาล ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ แม้จะยังไม่สามารถเปิดบริการแบบ Full Fuction เนื่องจากต้องฟื้นฟูระบบต่างๆ ให้กลับคืนมาก่อน แต่จะทยอยขยายเปิดบริการได้อย่างเต็มที่ภายใน 16 ตุลาคม นี้

นพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า สำหรับเขตสุขภาพที่ 5 ล่าสุดได้รับรายงานว่า มีน้ำเอ่อท่วมบริเวณรอบ รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี และพื้นที่ลุ่มต่ำบางส่วน ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและการให้บริการบางส่วน แต่ยังไม่พบความเสียหายต่ออาคารหรือครุภัณฑ์ โดย รพ.ได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำพร้อมอุดท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าอาคาร เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ และงดให้บริการศูนย์ส่องกล้องรวมถึง MRI ชั่วคราว ควบคู่กับการดูแลบุคลากร กลุ่มเปราะบาง และสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชน ตลอดจนเดินหน้าตามแผนความต่อเนื่องทางการบริหารงาน (BCP) เพื่อรับมือฝนตกหนักช่วงวันที่ 11–12 ตุลาคม นี้ สำหรับการให้บริการทางการแพทย์ในภาพรวมได้ดำเนินการสะสมแล้ว 346,684 ครั้ง ดูแลกลุ่มเปราะบางรวม 103,991 ราย คัดกรองสุขภาพจิตสะสม 44,451 ราย เครียดสูง 1,758 ราย เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 127 ราย เสี่ยงฆ่าตัวตาย 15 ราย จัดบริการดูแลตามระบบ 593 ราย สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์สะสม 499,297 รายการ และสนับสนุนการให้บริการศูนย์พักพิงที่ยังคงเปิดบริการ 310 แห่ง ผู้รับบริการ 10,156 ราย

ด้าน ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ ได้เข้าร่วมประชุมกับรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เพื่อร่วมขับเคลื่อนใน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ 1.การเชื่อมโยงข้อมูลกลุ่มเปราะบาง บูรณาการฐานข้อมูลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผ่านระบบแผนที่ GIS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือและอพยพ 2.การลงพื้นที่ร่วมกับจังหวัดและ ปภ. เพื่อวางมาตรการป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลหนองจิกซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำทุกปี และ 3.การจัดทำแผนรองรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงหรือโรงพยาบาลสนามหากเกิดสถานการณ์รุนแรง ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อสถานพยาบาล คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง และรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการสุขภาพในภาวะอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพ